มกอช. MOU กรมการปกครอง ขอใช้ประโยชน์ข้อมูลทะเบียนราษฎร หนุนการค้าส่งออก
มกอช. จับมือกรมการปกครอง ลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการขอใช้ประโยชน์ข้อมูลทะเบียนราษฎร พร้อมใช้โปรแกรมอ่านข้อมูลจากบัตรประชาชน หนุนการค้าส่งออกคล่องตัว ดันไทยสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิตัล ขานรับนโยบาย Thailand 4.0

นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ
นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มกอช.และกรมการปกครอง ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการขอใช้ประโยชน์ข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรจากฐานข้อมูลทะเบียนกลางด้วยระบบคอมพิวเตอร์ โดยวิธีบริการข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Counter Service)และข้อตกลงว่าด้วยการขอใช้โปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรเพื่อช่วยลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการในการยื่นคำขออนุญาตเป็นผู้ผลิต ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าสินค้าเกษตรภายใต้ระบบ TAS License ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการค้าและส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารของไทยสู่ตลาดโลกให้เกิดความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น พร้อมพัฒนาประเทศไทยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิตัล (Digital economy) และขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 (Thaland 4.0) ของรัฐบาลด้วย
เลขาธิการ มกอช. กล่าวว่า ความร่วมมือภายใต้บันทึกข้อตกลงฯดังกล่าวนี้ กรมการปกครองได้อนุญาตให้ มกอช.เข้าใช้ข้อมูลในการตรวจสอบและยืนยันตัวบุคคลของผู้ประกอบการ ตัวแทน หรือผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ผลิต ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าสินค้าเกษตร รวมถึงผู้ดำเนินการแจ้งการส่งออกหรือนำเข้าสินค้าเกษตร นอกจากนั้น ยังใช้ตรวจสอบรายการบุคคลของผู้รับบริการในระบบการยื่นคำขออนุญาต และแจ้งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์หรือ TAS License ตามมาตรฐานบังคับภายใต้ พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ.2551
โดย มกอช. จะติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารเพื่อรับหรือส่งข้อมูลที่ตรวจสอบ และจัดหาอุปกรณ์ในการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร ตลอดจนพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่าง 2 หน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนกรมการปกครองจะเป็นผู้กำหนดรหัสข้อมูลที่ใช้อ้างอิงในการประมวลผลให้เป็นไปตามมาตรฐานกลาง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงกันและเป็นเอกภาพ ทั้งยังมีการกำหนดประเภทข้อมูลในทะเบียนบ้านที่อนุญาตให้ใช้ประโยชน์ได้ 14 รายการ รวมทั้งวางระบบตรวจสอบข้อมูล พร้อมวางระบบควบคุมรักษาความลับข้อมูลส่วนบุคคล และกำหนดชั้นความลับของข้อมูลที่เจ้าหน้าที่มกอช.สามารถเข้าถึงได้ ซึ่ง มกอช.ต้องควบคุมและระมัดระวังการเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเคร่งครัด และต้องนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ส่งผลกระทบหรือสร้างความเสียหายแก่เจ้าของข้อมูล
“ขณะเดียวกันการใช้ประโยชน์โปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชน ก็ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมและตรวจสอบของกรมการปกครอง ซึ่งได้กำหนดระยะเวลาการใช้ประโยชน์โปรแกรมฯถึงสิ้นเดือนธันวาคมของทุกปี ทาง มกอช.ต้องยื่นขอต่ออายุการอนุญาตให้ใช้โปรแกรมฯทุกปีด้วย อย่างไรก็ตาม คาดว่า การร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงฯระหว่าง 2หน่วยงานครั้งนี้ จะช่วยอำนวยความสะดวกและเอื้อประโยชน์การค้าและการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร ช่วยขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจของไทยให้สอดรับกับยุคเศรษฐกิจดิจิตัล รวมถึงนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาลด้วย” นางสาวดุจเดือน กล่าว