“ทุ่งมหาราชโมเดล” นวัตกรรมบริหารจัดการน้ำเพื่อเกษตรกรรม
เกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชการที่ 9 ถือเป็นหลักในการจัดการ ดิน น้ำ และเวลา ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อปัญหาการขาดแคลนน้ำ แล้วนำหลัก 3 ห่วง คือ หลักความพอประมาณ มีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกัน และ 2 เงื่อนไข คือ ความรู้และคุณธรรม มาปรับใช้ในพื้นที่ที่มีการบริหารจัดการน้ำนั้น
ศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา จึงน้อมนำพระราชดำรินี้ มาปรับใช้โดยการทำงานแบบบูรณาการ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนเกิดเป็นผลของการบริหารจัดการน้ำ ที่มีอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในการผลิตข้าวนาปรัง
จากการประชุมภาคีหน่วยงานภาครัฐร่วมกับกลุ่มผู้นำเกษตรกรแปลงใหญ่ ผู้ใหญ่บุญประกอบ แซ่ลิ้ม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ได้เสนอขอให้ที่ประชุมช่วยดำเนินการบริหารจัดการน้ำของทุ่งทะเลมหาราช ที่เก็บน้ำในทุ่งได้ประมาณ 25 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยกรมชลประทานมีแผนจะระบายน้ำออกจากทุ่งดังกล่าว เพื่อให้เกษตรกรกลุ่มแรกที่ปลูกข้าวนาปี ให้เริ่มเก็บเกี่ยวข้าวได้ในกลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป
นายอนุสรณ์ ตันติวุฒิ รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 10 กล่าวว่า เมื่อปลายปี 2563 ต่อเนื่องต้นปี 2564 ขาดแคลนน้ำ ดูด้วยสายตาแล้วทางผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา ก็เห็นว่าน้ำ จากที่หนึ่งที่จะระบายทิ้งเพื่อการเก็บเกี่ยว น่าจะไปช่วยเหลือพื้นที่อีกที่หนึ่งซึ่งกำลังต้องการใช้น้ำ เพราะฉะนั้นก็เลยประสาน ในแง่ทางภูมิประเทศ ทางหลักการชลประทานแล้วมันพอทำได้หรือไม่ สำนักงานชลประทานที่ 10 ก็ลงพื้นที่สำรวจตรวจสอบสถานการณ์ ก็พบว่า มีศักยภาพพอที่จะทำได้ โดยใช้แม่น้ำลพบุรี และอาคารชลประทานที่เรามีอยู่ เพื่อจะทดน้ำ เขาเรียกว่าผันน้ำจากฝั่งตะวันตกของแม่น้ำลพบุรีมายังฝั่งตะวันออก เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งไม่เคยมีการทำมาก่อน
ด้านนายพิสิฐ พรหมนารท ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา กล่าวเพิ่มเติมว่า มวลน้ำในทุ่งทะเลมหาราชจะถูกปล่อยทิ้งทะเลในแต่ละปีมากกว่า 20 ล้านลูกบาศก์เมตร และเมื่อรวมกับมวลน้ำในพื้นที่นาลุ่มในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้ว เทียบเท่ากับน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ราว 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยาจึงร่วมกับสำนักชลประทานที่ 10 รวบรวมข้อมูลโครงการส่งน้ำชลประทาน ทั้งนาปีและนาปรังเร่งเสนอแผนจัดการน้ำเพื่อการผลิตข้าวอย่างมีประสิทธิภาพของเกษตรกร
นางวิมล สำรวล ประธานกลุ่มแปลงใหญ่บางนาน้ำเต้า ต.บางนา อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยข้าวมาแนะนำให้เข้าร่วมเป็นแปลงใหญ่ เมื่อปี 2559 พอริเริ่มเดิมทีก็เจอแล้งก่อนเลย ก็จนเจอผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าว ท่านลงมาดูพื้นที่บ่อยๆ มาเจอสภาพน้ำในทุ่งมหาราช มันมีท่วมขังอยู่ ถ้าจะทิ้งไป ก็จะเสียเปล่าประโยชน์ มีทางไหนที่จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเกษตรกร จึงมีการเปิดประตูทางสำพะเนียงขึ้นไป ย้อนไปหาบ้านแพกและทำให้น้ำไหลลงสู่คลองเลิงลาง ทางคลองหนองมน ก็เลยได้ประโยชน์จากตรงนั้น เกษตรกรไม่ใช่เฉพาะนาแปลงใหญ่ เกษตรกรที่ทำนาทั้งหมดเลย และหลายตำบลด้วย เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ทิ้งเปล่า ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด