สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต10 ส่งเสริมเกษตรกรปรับปรุงบำรุงดินใช้ปุ๋ยหมักเพื่อปลูกทุเรียน
สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต10 สถานีพัฒนาที่ดินราชบุรี ส่งเสริมเกษตรกร ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ให้มีความรู้ในการจัดการปรับปรุงบำรุงดินให้มีคุณภาพดี มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมกับพื้นที่และการเพาะปลูก โดยใช้เทคนิคใหม่ในการปรุงดินร่วมกับการส่งเสริมปัจจัยการผลิต น้ำหมักชีวภาพให้กับเกษตรกรในพื้นที่ นอกจากนี้ยังส่งเสริมเกษตรกรให้เข้าสู่การทำเกษตรอินทรีย์อีกด้วย
นายอนุวัชร โพธินาม ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 10 กล่าวว่า เกษตรกรกลุ่มนี้เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 10 ให้ความสำคัญในการทำเกษตรอินทรีย์ ตัวเกษตรกรเองก็จะมีการรวมกลุ่มกันแล้วก็ให้ความสำคัญกับการปรุงดิน เพราะถ้าดินไม่ดีจะเริ่มต้นทำเกษตรถือว่าเป็นเรื่องยากที่พืชผลจะเจริญเติมโตได้อย่างสมบูรณ์ หลักจากนั้นกลุ่มนี้ก็จะรวมตัวกันผลิตปุ๋ยอินทรีย์ให้มีคุณภาพ เมื่อมีการทดลองทำทั้งด้านการปรุงดินและทำปุ๋ยอินทรีย์แล้วพบว่าเกิดผลดี ทางกลุ่มก็ได้นำเทคนิคเหล่านี้ไปเผยแพร่ต่อเกษตรกรรายอื่นๆอีกด้วย ซึ่งคุณสมบัติของดินทั้ง 3 ด้าน คือด้านกายภาพคือโครงสร้างของดินต้องดี อุ้มน้ำดี ไม่แน่นทึบ ด้านเคมีคือมีธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์ ไม่เป็นข้อจำกัดในเรื่องของความเป็นกรดเป็นด่างของดิน สุดท้ายคือด้านชีวภาพ คือดินมีสิ่งมีชีวิต ต้องมี จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์กับพืชมีไส้เดือนหรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในดิน ถ้ามีทั้ง 3 ด้านครบดินก็จะมีโครงสร้างดีมีความอุดมสมบูรณ์ดี ต้นไม้เจริญเติบโต มีความสามารถในการต้านทานโรคแมลง อีกด้วย
นายนพดล เชียรวิทย์ เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เปิดเผยว่า การปลูกทุเรียนของตนได้นำหลักของการทำสวนของชาวนนทบุรีมาใช้ คือจะใช้ต้นทองหลางน้ำเป็นพืชบำรุงดินที่ทำกันมาตั้งสมัยก่อน ซึ่งการทำสวนทุเรียนวิธีนี้จะใช้ต้นทุนต่ำ เนื่องจากว่าไม่มีการใช้ปุ๋ย หรือสารเคมีเลย ทุเรียนเปลือกจะบาง เม็ดลีบ เนื้อจะมันนำหวาน นี่คือเอกลักษณ์ของทุเรียนที่นี่ ปัจจุบันได้รับการส่งเสริมจากสถานีพัฒนาที่ดินราชบุรีเข้ามาช่วยมอบปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย และองค์ความรู้เรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ รวมไปถึงการปรุงดินอีกด้วย เพื่อมาช่วยปรับเรื่องของโครงสร้างลูกให้กลมสวย แล้วก็ให้ให้คุณภาพดีขึ้นกว่าเดิม น้ำหนักดีขึ้น ลูกมากขึ้นและใหญ่ขึ้น ทำให้เราได้ราคาขายก็ดีขึ้นตามไปด้วย เมื่อนำเทคนิคการปรุงดิน และใช้ปุ๋ยหมัก จากกรมพัฒนาที่ดินก็พบว่า จากที่เมื่อก่อนลูกเล็กๆ 1ลูกมี 1พู หรือ 2 พู แต่ปัจจุบันนี้ 1 ลูก 5 พู ครบลูกกลมสวย ซึ่งใน 1 ต้น จะใช้ปุ๋ยหมักของกรมพัฒนาที่ดิน 1 กระสอบ และน้ำหมักชีวภาพแค่ 2 ครั้ง ครั้งละประมาณอยู่ที่ครึ่งลิตร ก็ถือว่าสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 10 ได้เข้ามาช่วยให้ชาวสวนมีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น คุณภาพผลผลิตดีขึ้น และมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย
ด้านนายชูชาติ ตรุษเพชร นักวิชาการเกษตรชำนาญการ สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 10 กล่าวว่า พื้นที่ของคุณนพดล ก็เป็นอีกหนึ่งต้นแบบ ที่กรมพัฒนาที่ดินเข้ามาส่งเสริม เพราะว่าพยายามที่จะให้คุณนพดลได้รับใบรับรองเป็นต้นแบบของจังหวัดราชบุรี ในเรื่องของเกษตรอินทรีย์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าสามารถทำได้จริงโดยเฉพาะเรื่องไม้ผล เช่น ทุเรียน ซึ่งเป็นไม้เศรษฐกิจในปัจจุบัน กรมพัฒนาที่ดินก็พยายามที่จะส่งเสริมให้ได้ในส่วนนี้ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มุ่งหวังที่จะให้เกษตรกรทำเกษตรกรอินทรีย์เพื่อพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้เป็นที่ต้องการของตลาด และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรมากขึ้น และในอนาคตจะต่อยอดไปสู่การยกระดับจากสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่เกษตรอินทรีย์อีกด้วยอย่างแปลงของคุณนพดลสิ่งที่ทำก็คือเรื่องของการมาตรวจแปลง ตามระบบการรับรองแบบ pgs เป็นการรับรองระบบการทำเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมก็ผ่านระดับที่ 5 ดาว ซึ่งแนวทางต่อไปทางกรมพัฒนาที่ดินก็จะส่งต่อไปที่มูลนิธิเกษตรอินทรีย์ไทยเพื่อออกใบรับรองต่อไป
บนพื้นที่กว่า70 ไร่ของคุณนพดล เชียรวิทย์ ที่ปรับเปลี่ยนจากแปลงสับปะรดมาเป็นสวนทุเรียนในปัจจุบัน มีการปลูกไม้ผลหลากหลายแซมในสวน ทั้ง มังคุด สาเก ลิ้นจี่ ขนุน กล้วยน้ำว้า ทั้งหมดนี้มีผลผลิตหมุนเวียนให้เก็บทุกอาทิตย์ สร้างรายได้ตลอดทั้งปี จะเห็นได้ชัดว่าจากการที่เกษตรกรมีความเข้มแข็ง มีแนวคิดก้าวหน้าและลงมือทำ ปรับปรุงบำรุงดิน ใช้สารชีวภัณฑ์จากกรมพัฒนาที่ดินมาปรับใช้ในพื้นที่ ส่งผลให้ประสบความสำเร็จ ดินมีความอุดมสมบูรณ์ สามารถเพาะปลูกได้เจริญงอกงามและผลผลิตที่เป็นอินทรีย์ยังสร้างมูลค่าเพิ่มมีรายได้ดำรงชีพได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน