ศูนย์วิจัยข้าวอุบลฯ ยกระดับกลุ่มนาแปลงใหญ่ข้าว/ถั่วลิสง มุกดาหาร สู่ผู้ผลิตข้าวอินทรีย์ทั้งระบบ

เกษตร7 ต.ค. 2564 • 03:36 น.
ศูนย์วิจัยข้าวอุบลฯ ยกระดับกลุ่มนาแปลงใหญ่ข้าว/ถั่วลิสง มุกดาหาร สู่ผู้ผลิตข้าวอินทรีย์ทั้งระบบ
ศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี ยกระดับกลุ่มนาแปลงใหญ่ข้าว/ถั่วลิสง จังหวัดมุกดาหาร สู่การเป็นผู้ผลิตข้าวอินทรีย์ทั้งระบบ มีตลาดรองรับที่ชัดเจน วันที่ 7 ต.ค.64 นายพรรณนา ราชิวงค์ ประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่ข้าว/ถั่วลิสง วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้าน ท่าไค้นาแล ตำบลนาสีนวล อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า กลุ่มเกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรที่มีแนวคิดเดียวกันในการปลูกข้าวอินทรีย์ เมื่อปี 2555 ดำเนินการด้วยตัวเองเรื่อยมา หลังจากนั้นมีหน่วยงานของกรมการข้าวและกรมพัฒนาที่ดินที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของเกษตรกร ได้เข้ามาส่งเสริมในด้านการปรับปรุงบำรุงดินโดยใช้พืชปุ๋ยสด การตรวจคุณภาพดิน และจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านท่าไค้นาแล เมื่อปี 2558 และหลังจากที่ได้จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านท่าไค้นาแลแล้ว ปี 2559 รัฐบาล โดยกรมการข้าว มีการเข้ามาส่งเสริมโครงการนาแปลงใหญ่ จึงได้เข้าร่วมโครงการนาแปลงใหญ่ จัดตั้งเป็นกลุ่มนาแปลงใหญ่ข้าว/ถั่วลิสง เมื่อปี 2561 ปัจจุบันกลุ่ม มีสมาชิก 99 ราย พื้นที่การปลูกข้าวกว่า 1,022 ไร่ เกษตรกรสมาชิกปลูกข้าว กข6 และข้าวขาวดอกมะลิ 105 เนื่องจากพื้นที่มีความเหมาะสมต่อการปลูกข้าว 2 พันธุ์นี้ ทางกลุ่มมีเป้าหมายการปลูกข้าวกว่า 400 ตันต่อปี ผลผลิตข้าวที่ได้ทางกลุ่ม จะแปรสีแปรรูปเป็นข้าวสารและข้าวกล้องจำหน่ายไปยังโรงพยาบาลมุกดาหาร ร้านอาหารในจังหวัดมุกดาหาร และโรงแรมในจังหวัดมุกดาหาร จุดเด่นของกลุ่มนาแปลงใหญ่ข้าว/ถั่วลิสง วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้าน ท่าไค้นาแล ตำบลนาสีนวล อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร คือ กลุ่มมีความเข้มแข็ง มีแนวคิดไปในทิศทางเดียวกันที่จะผลิตข้าวอินทรีย์ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เกษตรกรสมาชิกมีส่วนร่วมในทุกกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการประชุมกลุ่มปรึกษาหารือ แก้ไขปัญหาร่วมกัน มีการวางแผนการผลิตข้าวร่วมกันอย่างชัดเจน พร้อมทั้งลงพื้นที่กำจัดวัชพืชในแปลงนาข้าวอินทรีย์ ตลอดจนการวางแผนเก็บเกี่ยวร่วมกันกับศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี ที่คอยเข้ามาส่งเสริมและสนับสนุนดูแลในทุกๆ ด้าน ส่งผลให้ทางกลุ่มฯ ประสบผลสำเร็จในการผลิตข้าวอินทรีย์โดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน นอกจากนี้แล้วกลุ่มฯ ยังได้คำนึงถึงระบบนิเวศน์ในพื้นที่ ความหลากหลายทางชีวภาพ ให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง โดยการร่วมกันผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เองตามสูตรของกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมทั้งร่วมรณรงค์งดใช้สารเคมีในพื้นที่การทำเกษตร และที่สำคัญที่สุดกลุ่มแปลงใหญ่ข้าว/ถั่วลิสง ยังคำนึงถึงสุขภาพของตัวผู้ผลิตและผู้บริโภคเป็นสิ่งสำคัญ และทางกลุ่มยังได้รับรองมาตรฐาร Organic Thailand อีกด้วย ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานีได้เข้ามาส่งเสริมให้เข้าร่วมโครงการข้าวอินทรีย์ 1 ล้านไร่ พร้อมทั้งมีการวางแผนการปลูกข้าวให้กับกลุ่มฯ พัฒนาไปสู่การเข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด และนำเงินทุนที่ได้ไปจัดซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ ได้แก่ รถแทร็กเตอร์ พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง จำนวน 2 คัน เครื่องผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดจำนวน 1 เครื่อง เนื่องจากทางกลุ่มดำเนินการปลูกข้าวอินทรีย์ทั้งระบบ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนในการผลิตข้าว ผลผลิตข้าวที่ได้มีคุณภาพ ยกระดับในเรื่องของราคาข้าวอินทรีย์ที่จำหน่ายได้ราคาที่สูงกว่าข้าวตามท้องตลาดทั่วไป