“สุริยะ” สั่ง กยท. รับมือพายุระลอกใหม่ จับตา “น่าน” หวั่นน้ำท่วมซ้ำ

เกษตร29 ส.ค. 2569 • 17:02 น.
“สุริยะ” สั่ง กยท. รับมือพายุระลอกใหม่ จับตา “น่าน” หวั่นน้ำท่วมซ้ำ

“วีริศ” เผย “สุริยะ” สั่ง กยท.เตรียมรับมือพายุระลอกใหม่ ห่วง “น่าน” เจอสถานการณ์ซ้ำ พร้อมให้จับตากลุ่มได้รับผลกระทบรอบแรก เพื่อเฝ้าระวังเป็นอันดับต้น

วันที่ 29 ส.ค.69 นายวีริศ อัมระปาล กรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และรักษาการผู้ว่าฯ กยท. กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประกาศแจ้งเตือน 17 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แสดงความห่วงใยในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรที่จะได้รับผลกระทบ ที่สำคัญ จังหวัดน่านอยู่ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักโดยตรง ร่วมกับเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ลำปาง อุตรดิตถ์ ซึ่งน่านเพิ่งถูกน้ำท่วมในช่วงวันที่ 19-23 สิงหาคมที่ผ่านมา จึงต้องเฝ้าระวังป้องกัน ดังนั้น ขอให้ กยท.ภาคเหนือและ กยท.จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงจัดเตรียมข้อมูลกลางและรายงานให้ทราบทุกวัน

Img 20260829 165519

ประกอบด้วย 1. ฐานข้อมูลเกษตรกรในพื้นที่เสี่ยง แยกรายอำเภอ/ตำบล จำนวนเกษตรกร พื้นที่สวนยาง และพิกัดสวนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่ม เชิงเขา หรือใกล้ทางน้ำ โดยให้นำรายชื่อประมาณ 3,500 รายที่ได้รับผลกระทบรอบแรกมาเป็นกลุ่มเฝ้าระวังอันดับต้น 2. สถานะความเสียหายและการช่วยเหลือรอบที่ผ่านมา ว่ารายใดได้รับถุงยังชีพหรือความช่วยเหลือแล้ว รายใดอยู่ระหว่างสำรวจ และรายใดอาจเข้าเกณฑ์สวัสดิการ 3,000 บาท เพื่อป้องกันข้อมูลซ้ำซ้อนและลดปัญหาตกหล่น

Img 20260829 165545

นายวีริศ กล่าวอีกว่า 3. Pre-screen ผู้มีสิทธิรับสวัสดิการล่วงหน้า โดยคู่มือ กยท.ระบุหลักการสำคัญว่า ผู้ขอรับความช่วยเหลือต้องขึ้นทะเบียนกับ กยท. และสวนยางต้องได้รับความเสียหายจนเข้าเกณฑ์ "เสียสภาพสวน" รวมทั้งต้องแจ้งขอรับความช่วยเหลือตามระยะเวลาที่กำหนด สวัสดิการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า มิใช่การชดใช้ความเสียหายทั้งหมด 4. เตรียมทีมสำรวจเคลื่อนที่และผู้ประสานงานรายพื้นที่ ให้ทราบล่วงหน้าว่าหากเกิดน้ำท่วม ซ้ำใครรับผิดชอบอำเภอใด พร้อมช่องทางติดต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ปภ.จังหวัด และหน่วยงานเกษตรในพื้นที่ 5. สำรองปัจจัยยังชีพและทรัพยากรช่วยเหลือในจุดที่เข้าถึงได้ เพราะหากเส้นทางถูกตัดการเตรียมของไว้ที่สำนักงานจังหวัดเพียงแห่งเดียวอาจส่งถึงเกษตรกรไม่ทัน