กยท. เปิดเวทีปรับ Mindset สู่การเป็นผู้ประกอบการ สร้าง Startup มุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อผลิตภัณฑ์ยาง
วันที่ 10 ส.ค. 66 นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เป็นประธานในพิธีเปิดสัมมนาอบรมเชิงปฏิบัติการภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยาง การพัฒนาด้านธุรกิจ เทคโนโลยีและนวัตกรรม สำหรับสถาบันเกษตรกร ชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยาง (Natural Rubber Startup Acceleration Program Batch 3) มุ่งสร้าง Startup ด้านยางพารา เพิ่มศักยภาพผลิตภัณฑ์พร้อมขับเคลื่อน ธุรกิจยางไทยแข่งขันตลาดโลก ณ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ
นายณกรณ์ กล่าวว่า กยท. ได้เล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริม สนับสนุน ให้สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยาง เรียนรู้การต่อยอดผลิตภัณฑ์ทั้งด้านธุรกิจ เทคโนโลยีและนวัตกรรม สู่การเป็น Startup ด้านยางพารา เพื่อให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านยางพารามีศักยภาพในการต่อยอดงานวิจัย และนวัตกรรมยางพาราเชิงพาณิชย์ และก้าวสู่ภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงได้ดำเนินโครงการฯ ขึ้น เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ สามารถพัฒนาแนวคิด มีประสบการณ์ในด้านการพัฒนาสินค้าผลิตภัณฑ์จากยางพาราและการบริการที่เกี่ยวข้องกับยางพารา โดยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ไปสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ ได้เกิดการพบปะ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างเครือข่ายองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกี่ยวกับยางพาราอย่างครบวงจร และสร้าง Startup ด้านยางพาราที่มีศักยภาพ
เพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันทางการตลาดได้
นายณกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการสัมมนาที่จัดขึ้นครั้งนี้เป็น 1 ในกิจกรรมภายใต้โครงการฯ ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับฟังการถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์ด้านการพัฒนาธุรกิจจากวิทยากร ที่มีความเชี่ยวชาญระดับประเทศ เพื่อสร้าง Mindset การเป็นผู้ประกอบการและการสร้างนวัตกรรม ด้านยางพาราให้แก่ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกซึ่งจะได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการคิดค้น ปรับปรุง และพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาง โดยขณะนี้สินค้าที่สามารถตอบกระแสรักษ์โลกได้ถือเป็นกลุ่มสินค้าที่น่าสนใจ เป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ประกอบการยางรายใหม่ในการพัฒนา สินค้า สร้างธุรกิจเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มนี้ ซึ่งการรู้ก่อน วางแผนธุรกิจก่อน เริ่มขับเคลื่อนก่อน เป็นข้อได้เปรียบ เพื่อให้ “ยางพารา” เป็นสินค้าแชมเปี้ยนในการรักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม โดยหลังจากนี้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ทั้ง 30 ทีม จะได้รับทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ ในการ coaching and mentoring ก่อนจะเข้าสู่กิจกรรมการจับคู่ทางธุรกิจและแข่งขันนำเสนอต้นแบบผลิตภัณฑ์ เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ในช่วงเดือนกันยายนอีกครั้ง
“โครงการนี้จะเป็นการช่วยส่งเสริมศักยภาพและเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ ผลักดันให้เกิดการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม เข้ามาพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและความได้เปรียบด้านการแข่งขันในตลาด ซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน รวมไปถึงเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง เป็นการยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตชาวสวนยางอย่างยั่งยืน”นายณกรณ์ กล่าว