กรมการข้าว มุ่งพัฒนาคุณภาพข้าวแปลงใหญ่ ชาวนาไทยยั่งยืน
ปัจจุบันพี่น้องเกษตรกรชาวนาไทยจำเป็นจะต้องพัฒนาการผลิตข้าวในได้คุณภาพมาตรฐาน ซึ่งที่ผ่านมาพี่น้องเกษตร มักจะประสบปัญหาเรื่องของการผลิตข้าวที่ไม่มีคุณภาพและไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งเรื่องของพันธุ์ข้าวที่เจือปนหรือว่าสายพันธุ์ที่ไม่ถูกต้องไม่ตรงตามสายพันธุ์ ซึ่งทางด้านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมการข้าว ได้สนับสนุนพี่น้องเกษตรกรในด้านต่างๆ ร่วมไปถึงระบบการทำนาแบบแปลงใหญ่เพื่อที่จะให้การผลิตข้าวนั้นเป็นไปตามคุณภาพ และมาตรฐานที่ทางกรมการข้าวกำหนด
นายขจร เราประเสริฐ รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า สำหรับนโยบายเรื่องส่งเสริมการทำนาแบบแปลงใหญ่ของกรมการข้าวได้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน ก็เป็นเวลา 5 ปี ซึ่งในช่วงปีแรกก็จะมีเกษตรกรมาเข้าร่วมประมาณ 300 กลุ่ม พื้นที่ก็ประมาณ 8 แสนกว่าไร่ เกษตรกร 6 หมื่นกว่าราย เกษตรกรเข้าร่วมมากขึ้นตามลำดับ จนปัจจุบันเกษตรกรก็เพิ่มขึ้นตามลำดับ มีสมาชิกประมาณ 3 พันกลุ่ม หรือ 3 พันแปลงใหญ่ พื้นที่ก็ 3 ล้านไร่เศษๆ มีเกษตรกรที่อยู่ในโครงการประมาณ 2 แสน 4 หมื่น ราย จากการดำเนินงานมาเป็นเวลา5ปีติดต่อกัน จะเห็นว่าเกษตรกรที่มาเข้าร่วมโครงการมีผลตอบรับที่ดี และเป็นไปตามเป้าหมายที่กรมการข้าวกำหนดไว้ นอกจากนี้เกษตรกรยังให้ความสนใจที่จะปรับปรุงการทำงานของกลุ่มมาร่วมกันทำนาแบบแปลงใหญ่มากยิ่งขึ้น ถือว่าเป็นทิศทางที่ดีของประเทศไทยที่จะเห็นการพัฒนาการผลิตข้าว ของชาวนาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ชาวนาก็จะมีความเข้มแข็ง มีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ
การทำนาแบบแปลงใหญ่ทางกรมการข้าวก็มีศูนย์ข้าวชุมชนอยู่อีกประมาณ 2,000 กลุ่ม ในปีนี้จะมีการปรับทั้งแปลงใหญ่และศูนย์ข้าวชุมชนให้อยู่บนพื้นฐานและแบบฟอร์มเดียวกัน มาทำนาปลูกข้าวแบบชาญฉลาดโดยวิธีการสำคัญ ประมาณ 8 ประเด็น ที่ชาวนาจะต้องนำไปปฏิบัติเพื่อพลิกฟื้นผืนนา ผลิตข้าวอย่างมีคุณภาพ 1.คือเรื่องของการปรับพื้นที่นาให้ราบเรียบสม่ำเสมอโดยเทคโนโลยี Laser land leveling มีเลเซอร์เข้าไปวัดเพื่อมีรถเข้าไปปรับช่วยปรับระดับพื้นที่นาก็จะปรับราบเรียบสม่ำเสมอการจัดการเรื่องน้ำ เรื่องวัชพืชจะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.ปรับปรุงบำรุงดินชาวนาจะต้องมีการไถเตรียมปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ 3.เรื่องของการปลูกชาวนาจะต้องหันมาการปลูกข้าวแบบแบบพิถีพิถันเป็นแถวเป็นแนวมากขึ้นเพื่อประหยัดเมล็ดพันธุ์ 4.เรื่องของการบริหารจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งจะช่วยเรื่องการทำนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
5.เรื่องปุ๋ยชาวนาจะต้องใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ใช่ปุ๋ยที่ผลิตเอง 6.การป้องกันกำจัดศัตรูพืชจะต้องมีการทำอย่างถูกวิธี 7.การเก็บเกี่ยวข้าวจะต้องเก็บเกี่ยวข้าวในระยะที่เหมาะสมเพื่อให้ได้คุณภาพที่ดี 8.การจัดการฟางข้าว ชาวนาจะต้องงดเผาตอซัง โดยใช้วิธีไถกลบไปแปลงสภาพฟางไปเป็นผลิตพันธุ์อย่างอื่น กรมการข้าวอยากจะส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาทำนาอย่างชาญฉลาดมากขึ้นโดยอาศัยหลัก 8 ข้อนี้
นายขจร กล่าวต่อไปว่า เป้าหมายของการส่งเสริมนาแปลงใหญ่ในอนาคตคืออยากเห็นการพัฒนาการของกลุ่มเกษตรกร ไปเป็นศูนย์ข้าวชุมชน เป็นฐานชุมชนการผลิตข้าวที่สำคัญของประเทศไทย และพัฒนาต่อไปจนเป็นวิสากิจชุมชน มีการดำเนินงานในรูปของเชิงธุรกิจอุตสาหกรรม ทำให้มีรายได้ มีผลทำดำเนินงานที่ดี มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถเป็นต้นแบบขยายผลการทำงานของศูนย์ข้าวชุมชนไปสู่ชุมชนข้างเคียงที่จะดำเนินงานไปพร้อมๆ กันทั้งประเทศ ก็อยากฝากไปถึงพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรที่ทำนาทุกท่านให้หันมาทำนาแบบแปลงใหญ่แล้วก็พัฒนาไปเป็นศูนย์ข้าวชุมชนเป็นวิสาหกิจชุมชนและสิ่งที่สำคัญคือชาวนาต้องปรับทัศน์คติ และความคิดของตัวเองเพื่อพร้อมที่จะร่วมกันไปทำนาแบบแปลงใหญ่ เป็นแบบชุมชน อยากให้พี่น้องเกษตรกรทุกคนได้ร่วมคิด ร่วมทำ แล้วก็ได้ร่วมรับผลประโยชน์ จากที่กรมการข้าวทำงานร่วมกันมา
สำหรับในส่วนของภาครัฐ กรมการข้าวก็ยินดีที่จะเป็นพี่เลี้ยง ค่อยส่งเสริมสนับสนุนให้การช่วยเหลือพ่อแม่น้อง ทั้งถ่ายทอดความรู้ สนับสนุนปัจจัยการผลิต แล้วก็จะต้องส่งเสริมจนให้ชาวนาพ่อแม่พี่น้อง มีความเข้มแข็งทำนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความมั่นคง มั่งคง ยั่งยืน ตลอดไป