เกษตรฯ เทงบฯ 3.1 พันล. จ้างงานเกษตรกร ช่วงวิกฤตภัยแล้ง-ไวรัสโควิด-19

เกษตร18 มี.ค. 2563 • 07:12 น.
เกษตรฯ เทงบฯ 3.1 พันล. จ้างงานเกษตรกร ช่วงวิกฤตภัยแล้ง-ไวรัสโควิด-19
เกษตรฯ เทงบจ้างงานเกษตรกร 4.1 หมื่นราย ช่วงฤดูแล้ง กว่า 3.1 พันล้าน ผ่าน 208 โครงการชลประทานทั่วประเทศ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจชะลอตัว รองรับผลกระทบจากภัยแล้ง-ไวรัสโควิด-19 เตรียมสร้างแบบจำลองหากสถานการณ์ยืดเยื้อ ต้องสต็อกข้าว10ล้านตัน บริโภคในประเทศห้ามขาดแคลน เมื่อวันที่ 18 มี.ค. นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้งยังต่อเนื่องจากปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน และต้นปีนี้ได้มีสถานการณ์โรคไวรัสโควิด-19 ทำให้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจเกิดการชะลอตัวมากขึ้น โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯและ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมกันวางแผนรองรับผลกระทบต่อเกษตรกร ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ และกรมชลประทาน เดินหน้ามาตรการจ้างงานเกษตร วงเงิน 3.1 พันล้านบาท เพื่อช่วยกระตุ้นการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ เป็นการจ้างงานในโครงการชลประทาน ซ่อมแซมบำรุงรักษา ขุดลอกคูคลอง ก่อสร้างแหล่งน้ำระบบส่งน้ำในชุมชน แก้มลิง โดยจ้างงานทั่วประเทศครอบคลุมจ้างแรงงาน 4.1 หมื่นคน ทำให้เกษตรกร มีรายได้ 2.4-5 หมื่นบาทต่อคน ค่าจ้างวันละ 377 บาท หรือประมาณ 8 พันบาทต่อคน ระยะเวลาการจ้าง 3-7 เดือน ซึ่งรองรับผลกระทบทั้งสองด้านยังคงมีเหตุการณ์ต่อเนื่องอีกหลายเดือน โดยกรมชลประทาน จะประกาศรับสมัครการจ้างแรงงานเกษตรกรทั่วประเทศในเขตพื้นที่โครงการชลประทาน ทุกโครงการรวม 208 โครงการ ซึ่งเกษตรกรเป็นกลุ่มผู้ใช้น้ำที่ขึ้นทะเบียนไว้แล้วในพื้นที่และไม่ได้ทำนาปรังในฤดูแล้งนี้ สำหรับสถานการณ์น้ำ ในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่ทั่วประเทศ มีปริมาณ 39,898 ล้านลบ.ม. หรือร้อยละ52ของความจุอ่าง เป็นน้ำใช้การได้ 15,972 ล้านลบ.ม. ในส่วนสถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อย เขื่อนป่าสัก มีปริมาณน้ำรวมกัน 9,581 ล้านลบ.ม. ร้อยละ 39 ของความจุอ่าง มีน้ำใช้การได้ 2,885 ล้านลบ.ม. ส่วนผลการจัดสรรน้ำฤดูแล้งปี 2562 มีการใช้น้ำไปแล้ว 12,790 ล้านลบ.ม.หรือร้อยละ 72 ของแผน เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการใช้น้ำแล้ว 3,457 ล้านลบ.ม. หรือร้อยละ 77 ของแผน “ภายใต้แผนปฏิบัติการรับมือภัยแล้ง ยังเหลืออีก 44 วัน จะสิ้นสุดแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง ซึ่งเหลือน้ำอีก 29% ส่วนลุ่มเจ้าพระยา เหลือน้ำ 24% มั่นใจว่าน้ำกินใช้ รักษาระบบนิเวศ เพาะปลูกพืชฤดูแล้งใช้น้ำน้อย มีเพียงพอและ สำรองน้ำ ไว้อีก3เดือน ถึงเดือนก.ค.หากเกิดกรณีฝนทิ้งช่วง”นายอลงกรณ์ กล่าว ที่ปรึกษารมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ส่งเสริมปลูกพืชใช้น้ำน้อย และเลี้ยงปศุสัตว์ ในช่วงฤดูแล้ง ร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) อนุมัติวงเงิน5หมื่นล้านบาท ปล่อยกู้ให้เกษตรกร คิดดอกต่ำ 100บาท ต่อวงเงินกู้1ล้านบาท เพื่อนำมาประกอบอาชีพบรรเทาภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทั้งนี้ในวิกฤติยังมีโอกาส ซึ่งประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง ผลิตอาหารเลี้ยงโลก ปีที่แล้วส่งออกภาคเกษตร กว่า1ล้านๆบาท ข้าว มันสำปะหลัง ปาล์ม ปศุสัตว์ ประมง สินค้าแปรรูป ผลไม้ พืชผักสด ดังนั้นผลการแพร่ระบาดโรคไวรัสโควิด-19 ไปกว่า100ประเทศ เกิดภาวะขาดแคลน ซื้อของกักตุน ทำให้มีคำสั่งซื้อทะลักมาประเทศไทยจำนวนมาก จึงทำแผนสำรองสินค้าเกษตรไว้ด้วย “ได้สร้างแบบจำลองสถานการณ์โรคระบาดไวรัส 6-12เดือน กรณีส่งออกสินค้าเกษตรไปตลาดโลก จะต้องมีสต็อกในประเทศด้วย ไม่ให้ขาดแคลน เช่น ข้าว ที่ในประเทศใช้10ล้านตัน จะขาดแคลนไม่ได้ ขณะเดียวกันมีออเดอร์ มันสำปะหลัง จากจีน จำนวนมาก เพื่อไปผลิตแอลกอฮอล์ เป็นโอกาสในวิกฤติ จะต้องกำหนดมาตรการผลิตภาคเกษตรทั้งระบบ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ นี่คือโอกาสของไทยเพราะประเทศแหล่งผลิตใหญ่ กำลังเดือดร้อนหนักเช่น จีน อิตาลี สหรัฐฯ สิ่งสำคัญเราต้องสร้างความเชื่อมั่นในระบบสาธารณสุข อย่าตื่นตระหนก จะเกิดปัญหาการจัดการ จะปิดเมือง โดยไร้สาเหตุไม่ได้ ขณะนี้การดูแลในประเทศรัฐบาลสามารถดูแลได้ พร้อมกับ ดูแลเกษตรกร อย่างดีที่สุด”นายอลงกรณ์ กล่าว