"ธรรมนัส" ลุยเกาะภูเก็ต ขับเคลื่อนแนวทางแก้ปัญหาที่ทำกินเขตปฏิรูปที่ดินสู่ความยั่งยืน

เกษตร2 พ.ย. 2563 • 21:06 น.
"ธรรมนัส" ลุยเกาะภูเก็ต ขับเคลื่อนแนวทางแก้ปัญหาที่ทำกินเขตปฏิรูปที่ดินสู่ความยั่งยืน
เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ โรงเรียนเทศบาลเมืองป่าตอง (บ้านไสน้ำเย็น) ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต โดยมีนายณรงค์ วุ่นซิ้ว กล่าวต้อนรับ และ ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวรายงาน จากนั้น ร.อ.ธรรมนัสได้เยี่ยมชมนิทรรศการ พร้อมพบปะกับเกษตรกรที่มารอต้อนรับ ตลอดจนมอบนโยบายและรับฟังข้อเสนอแนะการขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเดินทางมาท่องเที่ยว ปีละกว่า 10 ล้านคน สร้างรายได้มากกว่า 4 แสนล้านบาทต่อปี เมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามามาก การใช้ทรัพยากรด้านต่าง ๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวก็เพิ่มตามไปด้วย โดยเฉพาะทรัพยากรที่ดินที่ใช้สำหรับก่อสร้างโรงแรมที่พัก อาคารร้านค้าและกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว พื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินของจังหวัดภูเก็ตเช่นเดียวกันที่กฎหมายและระเบียบกำหนดให้ใช้เพื่อการเกษตรกรรมหรือกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร มีการเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ไม่ได้ทำการเกษตรนำไปใช้เพื่อกิจการที่รองรับนักท่องเที่ยวทั้งที่ถูกและผิดกฎหมาย ซึ่ง ส.ป.ก. ก็ได้ดำเนินการในด้านคดีความอยู่แล้วจำนวนหนึ่ง ซึ่งแต่ละคดีก็ใช้ระยะเวลาในกระบวนการยุติธรรมยาวนานหลายปี “ในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินที่มีการพัฒนาเปลี่ยนสภาพเป็นชุมชนเมืองไม่เหมาะสมสำหรับทำการเกษตร หรือทำการเกษตรไม่คุ้มค้าไม่สามารถสร้างรายได้เพียงพอกับตนเองและครอบครัว ทั้งนี้ ได้มอบนโยบายให้กับ ส.ป.ก. ไว้ว่า พื้นที่ ส.ป.ก. ของจังหวัดภูเก็ตที่มีโรงแรมจะไม่ไล่ทุบโรงแรม แต่จะแสวงหาแนวทางที่เกิดประโยชน์ร่วมกัน อาจปรับแก้กฎหมายให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ การดำเนินการปรับเปลี่ยนพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินที่ไม่เหมาะสมกับการทำการเกษตร และกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา เช่น มีการเก็บค่าเช่าที่ที่ไม่ได้ทำการเกษตร ในอัตราค่าเช่าที่แตกต่างจากพื้นที่ทำการเกษตร และนำเงินมาเข้ากองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่อนำไปช่วยเหลือคนในพื้นที่ต่อไป ดังนั้นในวันนี้จึงได้มาดำเนินการรับฟังคนในพื้นที่ เพื่อหาแนวทางขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต ที่จะนำไปสู่การปรับปรุงระเบียบกฎหมายของ ส.ป.ก. ให้สอดคล้องกับพื้นที่ตองสนองกับความต้องการ ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เป็นประโยชน์สูงสุดกับเกษตรกร ผู้ประกอบการและทางราชการ”ร.อ.ธรรมนัส ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต (ส.ป.ก.ภูเก็ต) มีพื้นที่ดำเนินการในเขตปฏิรูปที่ดินประมาณ 13,070 ไร่ และได้ดำเนินการจัดที่ดินให้แก่เกษตรกรไปแล้ว จำนวน 474 ราย 571 แปลง เนื้อที่ประมาณ 8,202 ไร่ มีการเพิกถอน ส.ป.ก.4-01 จำนวน 132 ราย 160 แปลง เนื้อที่ 2,676 ไร่ และมีการดำเนินการทางคดีตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน ดังนี้ (1) คดีแพ่ง 19 คดี (2) คดีปกครอง 57 คดี (3) คดีอาญา 17 คดี รวมจำนวน 93 คดี ขณะที่พื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีทิวทัศน์สวยงามตามธรรมชาติ ทำให้มีการนำที่ดินไปประกอบกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น ก่อสร้างโรงแรมที่พัก สถานบริการ ร้านค้า ร้านอาหาร เป็นต้น ซึ่งไม่เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมว่าด้วยการให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับการจัดที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน พ.ศ.2535 โดย ส.ป.ก.ภูเก็ต จะต้องดำเนินการตามระเบียบฯ ในการสั่งให้สิ้นสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน และเพิกถอนหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) และการดำเนินการต่อเนื่องทั้งคดีแพ่งและอาญา ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อเกษตรกรที่ต้องสูญเสียที่ดินทำกิน “จากการให้นโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า) เมื่อวันพุธที่ 8 เมษายน 2563 ณ ห้องประชุมไชยยงค์ ชูชาติ ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ ว่าในพื้น ส.ป.ก.ภูเก็ต ที่มีโรงแรม จะไม่ไล่ทุบโรงแรม แต่จะแสวงหาแนวทางที่เกิดประโยชน์ร่วมกัน ทั้งนี้ อาจปรับแก้กฎหมายให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ การดำเนินการปรับเปลี่ยนพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินที่ไม่เหมาะสมกับการทำการเกษตร และกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา เช่น มีการเก็บค่าเช่า ที่ที่ไม่ได้ทำการเกษตร ในอัตราค่าเช่าที่แตกต่างจากพื้นที่ทำการเกษตร และนำเงินมาเข้ากองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่อนำไปช่วยเหลือคนในพื้นที่ต่อไป เป็นต้น”เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าว