"รมว.เฉลิมชัย" เปิดงาน "17 ปี กรมการข้าว" มุ่งพัฒนาชาวนาไทย ก้าวข้ามเรื่องผลประโยชน์และการเมือง

เกษตร16 มี.ค. 2566 • 08:26 น.
"รมว.เฉลิมชัย" เปิดงาน "17 ปี กรมการข้าว" มุ่งพัฒนาชาวนาไทย ก้าวข้ามเรื่องผลประโยชน์และการเมือง

"รมว.เฉลิมชัย" เปิดงานครบรอบ 17 ปี กรมการข้าว มุ่งพัฒนาชาวนาไทย ก้าวข้ามเรื่องผลประโยชน์และการเมือง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ 

วันที่ 16 มี.ค.66 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานงานวันสถาปนากรมการข้าว เนื่องในโอกาสครบรอบ 17 ปี โดยมีนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมเกียรติ กอไพศาล ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ กรมการข้าว ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

โดยกิจกรรมภายในงาน มีการประกอบพิธีสงฆ์ พิธีบวงสรวงแม่โพสพ พิธีไหว้ศาลพระภูมิ และพิธีไหว้เจ้าที่ นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ และประกาศนียบัตร ให้แก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่น รางวัลคนดีศรีข้าว ศูนย์วิจัยข้าวดีเด่น และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวดีเด่น ประจำปี 2565 โดยผู้ที่ได้รับรางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่นของกรมการข้าวในปีนี้ ได้แก่ นายนรภัทร ศรีษะนอก นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครราชสีมา กองเมล็ดพันธุ์ข้าว และ น.ส.เบญจวรรณ พลโคต นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก กองวิจัยและพัฒนาข้าว 

"ข้าวมีความสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทย เป็นพืชเศรษฐกิจหลัก และยังเป็นพื้นฐานของเกษตรกรไทย อีกทั้งยังถือเป็นพืชการเมือง ซึ่งที่ผ่านมายังไม่ได้รับการพัฒนาในด้านข้าวอย่างเต็มที่ ทั้งในเรื่องบุคลากรที่จะต้องสร้างความเข้มแข็ง การขับเคลื่อนการพัฒนาพันธุ์ข้าว และด้านการตลาด จึงทำให้ยังไม่มีความมั่นคงเท่าที่ควร การดำเนินในปัจจุบันจึงต้องไม่มองแค่ผลประโยชน์และคะแนนเสียง และต้องช่วยกันเปลี่ยนความคิด ก้าวข้ามเรื่องผลประโยชน์และการเมือง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่านักวิชาการและนักวิจัยของกรมการข้าวมีความรู้ความสามารถ จึงต้องมาช่วยกันยกระดับและสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพี่น้องชาวนาเกือบ 5 ล้านครอบครัว หรือ 15 ล้านคน ต้องเป็นกลุ่มคนที่เข้มแข็ง เพราะเป็นส่วนสำคัญที่จะสร้าง GDP ของประเทศ จึงเน้นย้ำกับกรมการข้าวให้เห็นปัญหาที่แท้จริง จะได้แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด ถึงแม้จะมีอุปสรรคบ้าง แต่ถ้าคิดถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศก็เชื่อว่าจะสามารถผ่านพ้นปัญหาไปได้ และไม่เสียดายงบประมาณในการพัฒนาภาคการเกษตร เชื่อว่าถ้าภาคการเกษตรเข้มแข็ง ประเทศชาติก็จะเข้มแข็งต่อไปด้วย" ดร.เฉลิมชัย กล่าว 

ด้าน นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารงานของดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านตระหนักและเข้าใจในปัญหาที่พี่น้องชาวนาต้องเผชิญอยู่ในสถานการณ์ราคาข้าวตกต่ำ ส่งออกข้าวไทยลดลง ต้นทุนการผลิตข้าวราคาสูง สถานการณ์ภัยธรรมชาติ และแมลงศัตรูข้าวประกอบกับประเทศไทยประสบปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ และได้มีนโยบายช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าว ให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวปี 2566 ที่มุ่งเน้นให้ชาวนาเปลี่ยนมาใช้เมล็ดพันธุ์ดีในการเพาะปลูก เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตข้าวให้มีคุณภาพ และได้ปริมาณที่มากขึ้น เกษตรกรสามารถจำหน่ายข้าวเปลือกได้ในราคาที่สูงขึ้น และสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ 

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายให้กรมการข้าวพัฒนาและสนับสนุนให้ศูนย์ข้าวชุมชน เป็นศูนย์รวมในการบูรณาการงานด้านข้าวของทุกส่วนราชการในพื้นที่ โดยเป็นแหล่งผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้แก่ชุมชนได้ใช้อย่างพอเพียงและต่อเนื่อง รวมทั้งยกระดับเป็นจุดถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าว การลดต้นทุนการผลิตข้าว การแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าว การจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี และการตลาดของผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากข้าว โดยมีเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง 

อีกทั้งยังได้มีเป้าหมายที่จะเชิญชวนให้พี่น้องชาวนาร่วมมาเป็นชาวนาอาสาในทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ เพื่อเป็นเครือข่ายในการสนับสนุนและทำงานร่วมกันกับกรมการข้าว ซึ่งเปรียบเสมือนอาสาสมัครเกษตรที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือแนะนำเกษตรกร เกี่ยวกับกิจกรรมการผลิตข้าว และช่วยเหลืองานของกรมการข้าว ตลอดจนยังได้จัดให้มีโครงการข้าวรักษ์โลก BCG Model ที่มุ่งเน้นในการผลิตข้าวคุณภาพสูง โดยลดการใช้สารเคมีหันมาใช้ปุ๋ยจุลินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพแทน ซึ่งจะสามารถลดต้นทุนการผลิตและลดการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ เพื่อทำเกษตรอย่างปลอดภัยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาศึกษาแนวทางในการทำนาเปียกสลับแห้ง ซึ่งเหมาะสำหรับสถานการณ์ภัยแล้งและในภาวะฝนทิ้งช่วงในหลายจังหวัด สามารถบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่ให้เพียงพอต่อความต้องการของต้นข้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกษตรกรยังสามารถลดต้นทุนในการผลิตได้