กรมส่งเสริมการเกษตร แจงผลป้องกันกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าว มั่นใจเอาอยู่ ยันดำเนินการตามขั้นตอน โปร่งใส ตรวจสอบได้

เกษตร23 มิ.ย. 2560 • 15:37 น.
กรมส่งเสริมการเกษตร แจงผลป้องกันกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าว มั่นใจเอาอยู่ ยันดำเนินการตามขั้นตอน โปร่งใส ตรวจสอบได้
กรมส่งเสริมการเกษตร ตระหนักถึงสถานการณ์ความรุนแรงของหนอนหัวดำ ได้เร่งดำเนินการป้องกันและกำจัดเพื่อควบคุมอย่างเข้มข้นมาโดยตลอด สำหรับปีนี้ช่วงที่ผ่านมา เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการป้องกันและกำจัดอย่างยั่งยืน และเป็นไปตามหลักการกำจัดหนอนหัวดำในมะพร้าว
นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร
นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร
วันนี้ (23 มิ.ย.60) นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า พื้นที่ปลูกมะพร้าวของประเทศไทย มี 29 จังหวัด พื้นที่ 1,113,590 ไร่ พบการระบาดของหนอนหัวดำ ณ วันที่ 15 พค 60 จำนวน 109,409 ไร่ คิดเป็น 9% ที่เป็นจุดไข่แดงของการระบาดมาก โดยใช้มาตรการ 5 มาตรการ ได้แก่ มาตรการในการสร้างการรับรู้ และการมีส่วนร่วม มาตรการจัดการศัตรูพืชผสมผสาน มาตรการทางกฎหมาย มาตรการเฝ้าระวังและสำรวจ และมาตรการสร้างสวนใหม่และการปลูกพืชหลากหลาย ในพื้นที่ที่พบการระบาดมาก โดยกรมฯ ได้จัดสัปดาห์รณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อให้เกษตรกรเจ้าของสวน ตระหนักถึงความสำคัญและเข้าใจวิธีการป้องกันและกำจัดอย่างถูกต้องและเหมาะสม รวมทั้งให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการในการสำรวจและกำจัดอย่างจริงจัง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การกำจัด ในระยะเร่งด่วน กรมฯ ได้ดำเนินการให้ความรู้เกษตรกรในการตัดทางใบมะพร้าวและเผาทำลาย เพื่อตัดวงจรการระบาดของหนอนหัวดำทำให้ลดและควบคุมการระบาดไปได้ในระดับหนึ่ง การผลิตแตนเบียน ศัตรูสำคัญของหนอนหัวดำมะพร้าว เป็นวิธีการควบคุมและกำจัดที่สำคัญ ซึ่งกรมฯ ได้ดำเนินการให้ ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนทั่วประเทศ ผลิตและขยายพันธ์ ดำเนินการครบทุกพื้นที่แล้ว โดยดำเนินการปล่อยไปแล้ว 31.4 ล้านตัว ในอัตราไร่ละ 200 ตัว ต่อเนื่อง 8 เดือน จะสิ้นสุดในเดือนเมษายน 2561 รวมแตนเบียนที่จะปล่อยทั้งสิ้นราว 286 ล้านตัว พบว่าวิธีการทั้งสองเห็นผลดี เช่น ในพื้นที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี นายสมชาย กล่าวอีกว่า สำหรับการดำเนินการในการซื้อสารเคมีฉีดเข้าลำต้น เพื่อทำลายให้สิ้นซาก ได้ปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัดด้วยการจ้างโดยวิธี e-bidingช ซึ่งเป็นไปตามแผนการกำจัดที่ร่วมกันระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตรกับกรมวิชาการเกษตร ในขณะเดียวกัน ได้ดำเนินการรับสมัครและอบรมเกษตรกร เตรียมฉีดสารเข้าลำต้น เพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญ และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมดำเนินการในทุกพื้นที่เป้าหมาย "ส่วนการป้องกันอื่นๆ เช่น การดำเนินการสร้างสวนใหม่ทดแทนสวนเก่า กรมฯ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และกำชับเจ้าหน้าที่ดูแลเกษตรกรอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกษตรจัดการสวนให้ถูกต้อง หากพบการระบาด ให้แจ้งเจ้าหน้าที่เกษตรทันที หรือติดต่อ สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่าน" นายสมชาย กล่าว