ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ ชูผลสำเร็จกลุ่มนาแปลงใหญ่ข้าวสหกรณ์โคเนื้อสุรินทร์ฯ ผลิตข้าวอินทรีย์ครบวงจร

เกษตร2 พ.ย. 2564 • 10:33 น.
ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ ชูผลสำเร็จกลุ่มนาแปลงใหญ่ข้าวสหกรณ์โคเนื้อสุรินทร์ฯ ผลิตข้าวอินทรีย์ครบวงจร
ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ ชูผลสำเร็จกลุ่มนาแปลงใหญ่ข้าวสหกรณ์โคเนื้อสุรินทร์วากิวยางสว่าง จำกัด ผลิตข้าวอินทรีย์ครบวงจร วันที่ 2 พ.ย.64 นายเรืองศักดิ์ สีตะริสุ ประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่ข้าวสหกรณ์โคเนื้อสุรินทร์วากิวยางสว่าง จำกัด ตำบลยางสว่าง อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า อาชีพทำนาเป็นอาชีพที่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ทำนาสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น แต่ผลผลิตจากการทำนารูปแบบเดิมไม่สามารถยกระดับในด้านราคาให้กับเกษตรกร จึงมีแนวคิดที่อยากปรับเปลี่ยนการทำนาจากรูปแบบเดิม ที่เกษตรกรรายเดี่ยวต่างคนต่างขาย ขาดเครื่องจักอุปกรณ์ในการปลูกข้าว จึงเกิดการรวมกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่เมื่อปี 2556 และเข้าร่วมโครงการนาแปลงใหญ่เมื่อปี 2561 ปัจจุบันมีสมาชิก 120 ราย พื้นที่การปลูกข้าว 1,444 ไร่ ทางกลุ่มปลูกข้าวมะลิ 105 กข15 ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และข้าวมะลิแดง โดยแบ่งโซนกันปลูก เพราะง่ายต่อการเก็บเกี่ยว และป้องกันการปลอมปนของพันธุ์ข้าว ทางกลุ่มจำหน่ายทั้งเมล็ดพันธุ์และสีแปรรูปจำหน่าย โดยเมล็ดพันธุ์จะจำหน่ายให้กับเครือข่ายในจังหวัดใกล้เคียง ผลผลิตที่นำมาแปรรูปส่งให้ลูกหลานนำไปจำหน่ายให้ในโรงงานในกรุงเทพมหานครและชลบุรี พร้อมทั้งออกบูธนำผลผลิตแปรรูปไปจำหน่าย และจำหน่ายทาง Face Book ชื่อเพจ สหกรณ์โคเนื้อสุรินทร์วากิวยางสว่าง และทางกลุ่มยังได้รับรองมาตรฐาน GAP มาตรฐานข้าวอินทรีย์ การันตีผลผลิตข้าวให้กับทางกลุ่ม ข้าวอินทรีย์กับข้าวเคมี มีความแตกต่างกันอย่างมาก ข้าวอินทรีย์ทางกลุ่มจะลดต้นทุนการผลิต โดยทางกลุ่มจะร่วมผลิตปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ ฮอร์โมน เพื่อใช้เองเป็นผลดีกับสมาชิกกลุ่มเป็นอย่างมาก ทำให้ผลผลิตข้าวที่ได้มีความหอมนุ่มเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่ม อีกทั้งสมาชิกกลุ่มให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี กิจกรรมที่ทางกลุ่มทำร่วมกันคือ จัดทำนาแปลงรวมเป็นแปลงนาสาธิต มีกิจกรรมจิตอาสาทำความดีอีกด้วย นอกจากนี้ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ ได้เข้ามาส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรในด้านการเมล็ดพันธุ์ถึง 3 ปี ทั้งชั้นพันธุ์ขยายและชั้นพันธุ์จำหน่าย พร้อมทั้งเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงอบรมให้องค์ความรู้ พร้อมทั้งส่งเสริมกลุ่มเข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด นำเงินทุนที่ได้มาจัดซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ในการผลิตข้าว ได้แก่ รถเกี่ยวนวดข้าว รถดำนา เครื่องหยอดข้าว เครื่องอัดฟาง รถอีแต๋น และโดรนพ่นยา นำมาใช้ร่วมกันภายในกลุ่ม พร้อมทั้งจัดตั้งคณะกรรมการดูแลเครื่องจักรและอุปกรณ์ โดยแบ่งให้คณะกรรมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆของกลุ่ม ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นผลดีกับกลุ่ม ช่วยทุ่นแรงให้กับสมาชิก ลดต้นทุนการผลิตให้กับกลุ่มเป็นอย่างมาก ขับเคลื่อนกลุ่มจนประสบความสำเร็จขึ้นอีกระดับหนึ่งอีกด้วย จะเห็นได้จากผลผลิตข้าวที่ทางกลุ่มผลิตนั้นได้คุณภาพและมาตรฐานรองรับ เป็นที่ต้องการของตลาดและผู้บริโภค "สุดท้ายจึงอยากขอบคุณศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ ที่ได้เข้ามาปรับเปลี่ยนวิถีการทำนาจากเดิม ให้พัฒนาการปลูกข้าวอินทรีย์อย่างครบวงจร มีมาตรฐานรองรับ พร้อมทั้งลดต้นทุนการผลิตข้าวได้อย่างชัดเจน เป็นความโชคดีของทางกลุ่ม และถือได้ว่าเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ได้รับสนับสนุนให้กับทางกลุ่มนั้นเป็นของขวัญชิ้นพิเศษให้กับเกษตรกร สามารถผลิตข้าวอินทรีย์ที่ได้คุณภาพและมาตรฐาน ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและผู้บริโภคมีสุขภาพที่ดีขึ้น อีกทั้งระบบนิเวศน์กลับมามีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นอีกด้วย"นายเรืองศักดิ์ กล่าว