สกู๊ป/ซีพีเอฟ...ชวนเด็กเลี้ยงไก่ไข่ สร้างแหล่งโปรตีนยั่งยืนในโรงเรียน
โรงเรียนไทยราษฎร์คีรี ตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก แม้ว่าจะอยู่ห่างจากตัวเมืองตากกว่า 70 กิโลเมตร แต่เรื่องอาหารการกินของนักเรียนที่นี่กลับไม่เคยขาดแคลน เพราะทุกตารางนิ้วของพื้นที่หลังโรงเรียนกว่า 3 ไร่ ถูกปรับให้เป็นแปลงเกษตรอันหลากหลาย ทั้งแปลงผักกาด มะเขือ แตงกวา มะละกอ กล้วย ฯลฯ เพื่อเป็นอาหารกลางวันให้กับนักเรียน และมีแปลงปลูกถั่วดาวอินคาพืชที่มีสรรพคุณมากมาย อาทิ ช่วยต่อต้านการอักเสบ ลดคอเลสเตอรอลในเลือด และได้นำใบมาแปรรูปเป็นชา ส่วนเมล็ดนำมาคั่วจำหน่ายเป็นรายได้เสริมให้กับโรงเรียน ขณะที่พื้นที่ด้านท้ายติดกับบ่อน้ำมีโรงเรือนเลี้ยงแม่ไก่ 300 ตัว ภายใต้ “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน”
โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน เป็นโครงการที่มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์ อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ได้น้อมนำแนวพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ต้องการแก้ปัญหาภาวะโภชนาต่ำกว่ามาตรฐานของเด็กไทย จึงดำเนินโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนทั่วประเทศ
ปัจจุบัน ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 28 ให้การสนับสนุนแก่โรงเรียน 730 แห่งทั่วประเทศ ทำให้นักเรียนร่วม 160,000 คน ได้รับโปรตีนคุณภาพดี สำหรับปี 2560 ได้ส่งมอบโครงการฯ เพิ่มใน 70 โรงเรียน ช่วยให้นักเรียนอีก 16,700 คน มีภาวะโภชนาการที่ดี และจะยังคงเดินหน้าส่งเสริมภาวะโภชนาการที่ดีให้เด็กนักเรียนทั่วประเทศ นำไปสู่การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนสารอาหารของเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ด้วยการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในสังคมเกษตรกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม
ด.ญ.พัชรินทร์ แซ่ย่าง เล่าว่า ตนเองกับเพื่อนอีก 4 คน รับหน้าที่ดูแลการเลี้ยงไก่ไข่ในโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันทุกๆ วัน โดยแบ่งหน้าที่ที่ได้รับผิดชอบอย่างชัดเจน ซึ่งทุกวันจะเริ่มเข้ามาดูแลตั้งแต่ 07.30 น. เพื่อให้อาหารแม่ไก่ไข่ รวมทั้งปัดกวาดโรงเรือนให้สะอาดสะอ้าน และจะกลับมาช่วยกันเกลี่ยอาหาร ดูความเรียบร้อย พร้อมกับเปิดพัดลมระบายอากาศและเปิดเพลงช่วยผ่อนคลายความเครียดจากสภาพอากาศในช่วง 12.00 น. ก่อนกลับบ้านตอน 14.00 น. จึงมาเกลี่ยอาหารอีกครั้ง อีกส่วนจะทำหน้าที่เก็บไข่ไก่ บันทึกข้อมูล และทำความสะอาดเป็นรอบสุดท้าย
ส่วน ด.ช.อะจ่อ เล่าว่า ภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนของเพื่อนๆในการร่วมเป็นสมาชิกดูแลแม่ไก่ในโครงการเลี้ยงไก่ไข่ ที่ทำให้ได้มีพื้นฐานการทางานรู้สึกสนุกที่ได้ทางานกับเพื่อนๆ ซึ่งทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ทำให้รู้จักเสียสละเวลาเพื่อทำงานเพื่อส่วนรวม ที่สำคัญยังได้เรียนรู้วิธีการเลี้ยงไก่ที่ถูกต้องตามมาตรฐานและวิธีการเก็บข้อมูล การทำบัญชี ที่จะเป็นพื้นฐานความรู้เพื่อปรับใช้ในชีวิตประจำวันและหลังจากที่จบการศึกษาไปแล้วก็ยังสามารถนำไปประกอบอาชีพได้ด้วย
ขณะที่ นางนงนุช ชุมภูเทพ ผู้อำนวยการโรงเรียนไทยราษฎร์คีรี กล่าวว่า โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ฯ และซีพีเอฟ ที่เข้ามาช่วยให้นักเรียนได้บริโภคโปรตีนคุณภาพดีจากไข่ไก่ได้ 2-3 วันต่อสัปดาห์ โดยโครงการเลี้ยงไก่ไข่จะมอบโรงเรือนเลี้ยงไก่ แม่ไก่ไข่รุ่นแรก อาหารไก่ และการให้ความรู้เกษตรสมัยใหม่ในการเลี้ยงและดูแลไก่ไข่ เมื่อได้ผลผลิตไข่ไก่สาหรับรับประทานภายในโรงเรียนแล้ว เด็กๆยังสามารถนำไข่ไก่ที่เหลือไปจำหน่ายในชุมชน เกิดเป็นทุน หมุนเวียนให้โครงการดำเนินต่อไปได้ โรงเรียนจึงบริหารจัดการโครงการได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน
“โรงเรียนได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ใจดีทั้ง 2 องค์กร ที่สนับสนุนโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ที่เป็นประโยชน์ต่อเด็กๆ ทั้งด้านการส่งเสริมให้มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงจากการรับประทานไข่ไก่ที่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี ช่วยลดภาวะทุพโภชนาการ และการเรียนรู้นอกตำราเรียน โดยโรงเรียนตั้งใจดำเนินการและบูรณาการสู่การเรียนการสอน ต่อยอดกิจกรรมเพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และมีทักษะในการประกอบอาชีพ”
ปัจจุบันโรงเรียนไทยราษฎร์คีรี มีนักเรียน 622 คน เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่อนุบาล-มัธยมศึกษาตอนต้นซึ่งนักเรียนร้อยละ 80 เป็นเด็กชาวเขาหลายชนเผ่า อาทิ พม่า กะเหรี่ยง มอญ และม้ง ส่วนใหญ่ผู้ปกครองมีฐานะยากจน ประกอบอาชีพด้านการเกษตร มีรายได้ไม่แน่นอน นอกจากนี้ ยังดูแลโรงเรียนสาขาอีก 1 แห่ง นักเรียนกว่า 200 คน ที่ผ่านมาโรงเรียนพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้เด็กๆ ได้รับโภชนาการที่ดี จากการดำเนินโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ทั้งปลูกผักตามฤดูกาล เพาะเห็ดจิ๋ว เลี้ยงกบ และเลี้ยงปลา สำหรับปรุงอาหารกลางวันให้กับนักเรียน โครงการเลี้ยงไก่ไข่นี้จึงถือเป็นอีกแรงหนุนสำคัญที่จะช่วยลดภาวะทุพโภชนาการของเด็กๆ ได้อย่างแน่นอน