เกษตรฯ MOU ทบ. แลกเปลี่ยนข้อมูลการใช้แผนที่ เพิ่มประสิทธิภาพภารกิจป้องกันภัยธรรมชาติในพื้นที่เกษตร ควบคู่รักษาความสงบในประเทศ

เกษตร8 ส.ค. 2560 • 20:51 น.
เกษตรฯ MOU ทบ. แลกเปลี่ยนข้อมูลการใช้แผนที่ เพิ่มประสิทธิภาพภารกิจป้องกันภัยธรรมชาติในพื้นที่เกษตร  ควบคู่รักษาความสงบในประเทศ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จับมือ กองทัพบก ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อการใช้แผนที่และข้อมูลทางแผนที่ร่วมกัน หวังเอื้อภารกิจการบรรเทาสาธารณภัยและภัยทางธรรมชาติในพื้นที่เกษตร วันนี้ (8 ส.ค.60) พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานและสักขีพยานพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อการใช้แผนที่และข้อมูลทางแผนที่ ระหว่างนายสุรเดช เตียวตระกูล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และพลเอกสสิน ทองภักดี เสนาธิการทหารบก กองทัพบก ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยกรมพัฒนาที่ดิน จะสนับสนุนและให้บริการแผนที่และ/หรือข้อมูลทางแผนที่ ในพื้นที่ดำเนินการและพื้นที่ที่เกี่ยวเนื่องตามที่กองทัพบก ขอรับการสนับสนุนตามความจำเป็นและความเหมาะสม ที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีความร่วมมือกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สวทช. พัฒนาระบบแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) พร้อมทั้งพัฒนาแอพลิเคชั่น Agri-Map Online และ Agri-Map Mobile สำหรับให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ หน่วยงานเอกชน เกษตรกรและผู้ที่สนใจ สามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการการเกษตรของไทยได้อย่างสะดวกรวดเร็วในทุกที่ ทุกเวลา อันจะนำไปสู่การเป็น Smart Officer และ Smart Farmer เพื่อนำประเทศไทยก้าวเข้าสู่ Thailand 4.0 “กองทัพบกมีความประสงค์จะนำแผนที่และข้อมูลทางแผนที่ของกรมพัฒนาที่ดินไปใช้ประโยชน์ในการป้องกันประเทศ การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยทางธรรมชาติ ได้แก่ น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม ภัยแล้ง และภารกิจอื่นๆ ของกองทัพบกที่ได้รับมอบหมาย เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติต่อไป” พลเอกฉัตรชัย กล่าว ด้าน นายสุรเดช เตียวตระกูล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า กรมพัฒนาที่ดินได้ให้การสนับสนุนข้อมูลภูมิสารสนเทศแก่หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาชนที่ขอรับบริการไปใช้ประโยชน์เป็นจำนวนมาก และนำไปใช้งานในด้านต่างๆ อย่างแพร่หลายจนถือได้ว่าเป็นแผนที่ฐานหรือ Base map ของประเทศ โดยมีการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อการใช้แผนที่และข้อมูลทางแผนที่ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐทั้งในระดับกระทรวง ระดับกรม หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา มาแล้วรวมทั้งสิ้น 20 หน่วยงาน รวมถึงหน่วยงานของกองทัพบกโดยการประสานความร่วมมือจากกรมข่าวทหารบกขอรับการสนับสนุนข้อมูลภูมิสารสนเทศจากการพัฒนาที่ดินเพื่อนำไปใช้งานด้านการป้องกันประเทศ การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศและสนับสนุนงานตามภารกิจอื่นๆของกองทัพบก โดยทั้งสองหน่วยงานได้ตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ของความร่วมมือด้านการใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศของทั้งสองหน่วยงานร่วมกัน จึงเห็นชอบให้มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงระหว่าง กรมพัฒนาที่ดิน กับ กองทัพบก ขึ้น เพื่อสนับสนุนและใช้ประโยชน์จากแผนที่และข้อมูลทางแผนที่ของทั้งสองหน่วยงานร่วมกันตามกรอบแห่งความร่วมมือ รวมถึงข้อมูลและแผนที่ที่กรมพัฒนาที่ดินได้มีการปรับปรุงและจัดทำเพิ่มขึ้นในอนาคตด้วย อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ทั้งนี้ กองทัพบกจะส่งมอบข้อมูลภูมิสารสนเทศที่ไม่มีชั้นความลับที่ได้จัดทำขึ้นให้กรมพัฒนาที่ดิน เพื่อใช้ในกิจการของกรมพัฒนาที่ดินเท่านั้น ภายใต้บันทึกข้อตกลงดังกล่าวเป็นกรอบแห่งความร่วมมือในระยะเวลา 10 ปี ในการดำเนินงานดังกล่าว ได้แก่ กรมพัฒนาที่ดิน จะสนับสนุนและให้บริการแผนที่และ/หรือข้อมูลทางแผนที่ในพื้นที่ดำเนินการและพื้นที่เกี่ยวเนื่องตามที่กองทัพบกขอรับการสนับสนุนตามความจำเป็นและความเหมาะสม ประกอบด้วย 1.แผนที่ภาพถ่ายออร์โธสีเชิงเลข มาตราส่วน 1 : 4,000 2.แผนที่ภาพถ่ายออร์โธสีเชิงเลข มาตราส่วน 1 : 25,000 3.ภาพถ่ายทางอากาศสีเชิงเลข มาตรส่วน 1 : 25,000 4.ข้อมูลแบบจำลองระดับสูงเชิงเลข มาตรส่วน 1 : 4,000 5.ข้อมูลเส้นชั้นความสูงเชิงเลข มาตราส่วน 1 : 4,000 6.ข้อมูลหมุดหลักฐานภาคพื้นดิน 7.ข้อมูลและแผนที่สภาพการใช้ที่ดิน 8.ข้อมูลและแผนที่ทรัพยากรดิน 9.แผนที่ป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี และ 10.ข้อมูลเขตความเหมาะสมสำหรับการปลูกพืชเศรษฐกิจ ขณะที่ พลเอกสสิน ทองภักดี เสนาธิการทหารบก กล่าวว่า กองทัพบก มีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นในหลายมิติ นอกจากภารกิจในการป้องกันประเทศ ยังมีหน้าที่รับผิดชอบในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ และหน้าที่อื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ซึ่งการปฏิบัติภารกิจต่างๆ เหล่านี้ ต้องการปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญ โดยเฉพาะข้อมูลพื้นที่ปฏิบัติการ ได้แก่ ข้อมูลแผนที่และข้อมูลเชิงพื้นที่ในระบบภูมิสารสนเทศดังนั้น การนำข้อมูลทางแผนที่ของกรมพัฒนาที่ดิน มาใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานและระบบภูมิสารสนเทศของกองทัพบก จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ของกองทัพบกในพื้นที่ปฏิบัติการทั่วประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ความร่วมมือในการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ในระบบสารสนเทศในงานด้านความมั่นคงยังเป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการบูรณาการฐานข้อมูลภาครัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจ และลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงานตลอดจนใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างคุ้มค่าอีกด้วย