ศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรา ส่งเสริมเกษตรกรนาแปลงใหญ่ผลิตข้าวอย่างครบวงจร

เกษตร14 ก.ย. 2563 • 22:45 น.
ศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรา ส่งเสริมเกษตรกรนาแปลงใหญ่ผลิตข้าวอย่างครบวงจร
ศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรา ถือได้ว่ามีการดำเนินงานในเรื่องของนาแปลงใหญ่มาอย่างต่อเนื่อง และก็มีบทบาทหน้าที่ในการเข้าไปส่งเสริมพื้นที่ของนาแปลงใหญ่ เพื่อที่จะให้พี่น้องชาวนานั้นได้ผลิตข้าวที่มีคุณภาพและมาตรฐาน รวมถึงมีการบริหารการจัดการอย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น เพื่อพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรให้ดีขึ้นไปอีกด้วย นางวรรณพรรณ จันลาภา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทราที่รับผิดชอบโครงการนาแปลงใหญ่ โดยมีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ เป็นการร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกัน เพื่อที่จะดำเนินงานเพื่อให้ไปประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรานี้เรามีพื้นที่ ที่ปลูกข้าวนาปีอยู่ที่ประมาณ 627,400 ไร่ นาปรังอยู่ที่ประมาณ 291,427 ไร่ แล้วก็ส่วนใหญ่เกษตรกรอยู่ในเขตชลประทาน ผลิตเพื่อจำหน่ายเป็นข้าวเปลือกขายให้โรงสีและก็ผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์เพื่อไว้ใช้ในชุนชนและก็แบ่งขาย มีการแปรรูปเพื่อจำหน่าย ศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรารับผิดชอบนาแปลงใหญ่มีทั้งหมด 12 กลุ่ม มีจำนวนเกษตรกรอยู่ 855 ราย มีพื้นที่ทั้งสิ้น 18,135 ไร่ โดยศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทราได้เข้าไปส่งเสริมในหลายๆด้าน 1.การบริหารจัดการชุมชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน จัดตั้งกลุ่มพร้อมให้คำแนะนำในการผลิตข้าวทั้งระบบ ตั้งแต่เริ่มจนระยะเก็บเกี่ยว 2.ด้านการผลิตจะเข้าไปส่งเสริมกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและก็กลุ่มผู้ผลิตข้าวคุณภาพ โดยสนับสนุนเมล็ดดีให้เกษตรในกลุ่ม เพื่อที่เกษตรกรจะได้นำเมล็ดพันธุ์ดีไปใช้ในการเพาะปลูก 3.สนับสนุนทางด้านเครื่องจักกลทางการเกษตร 3.ส่งเสริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพเพื่อที่จะลดการใช้สารเคมี 4.ส่งเสริมการบริหารจัดการศัตรูข้าว คือจะส่งเสริมให้เกษตรกรรู้จักการสำรวจว่าในแต่ระยะของการเจริญเติบโตของต้นข้าว มีแมลงศัตรูข้าวชนิดใดบ้าง เพื่อเป็นการลดการเสี่ยงภัย ลดการเข้าทำลายจะป้องกันได้ก่อนจะเกิดการระบาด 5.ด้านการตลาดมีการเชื่อมโยงการตลาดให้เกษตรกรคือการจัดประชุมมีการเซ็น MOU ระหว่างผู้รับซื้อและผู้ผลิต และต่อยอดการอบรมให้ความรู้เกษตรกรในด้านมาตรฐาน GAP อีกด้วย สำหรับเกษตรกรแปลงใหญ่ที่อยู่ในความดูแลของศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรา ปีนี้จะมีการเพิ่มเติมทางด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่มาทดแทนแรงงาน ในปัจจุบันนี้เกษตรเริ่มเข้าสู่วัยสังคมผู้สูงอายุ เพราะฉะนั้นแรงงานในภาคเกษตรขาดแคลน เป็นโอกาสที่จะสนับสนุนเกษตรกรใช้เทคโนโลยีในเรื่องเครื่องจักรกล สามารถที่จะลดด้านแรงงาน เช่น เครื่องโรยข้าวงอก เครื่องหยอดข้าวแห้ง เครื่องจักรกลเหล่านี้จะสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ เพราะว่าลดต้นทุนราคาของทางด้านเมล็ดพันธุ์ที่ใช้ในปริมาณที่น้อยลง