ฝนหลวงฯ เร่งขึ้นบินทำฝน แก้ภัยแล้ง-เติมน้ำเขื่อน
กรมฝนหลวงฯ ขึ้นบินทำฝนตกภาคตะวันออก -ภาคกลาง แก้ภัยแล้ง เพิ่มน้ำเขื่อนทับเสลา ส่วนภาคอีสานเฝ้าสแตนบายติดตามสภาพอากาศ หากมีความชื้น พร้อมขึ้นทันที เติมน้ำเขื่อนอุบลรัตน์
เมื่อวันที่ 3 มี.ค.62 นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า แผนปฏิบัติการฝนหลวงในวันนี้ (3 มี.ค.62) มีสภาพอากาศเอื้ออำนวยให้ขึ้นปฏิบัติการได้ใน พื้นที่ภาคตะวันออก ศูนย์ฝนหลวงจ.จันทบุรี ใช้สถานีเรดาร์สัตหีบ วัดความชื้นที่ระดับการเกิดเมฆ 64% ความชื้นที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆ 23% และค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ -1.6 และพบว่ามีแนวเมฆที่ก่อตัวบริเวณแนวชายฝั่งไหลเข้าจันทบุรี จึงวางแผนบินเวลา 09.30 น. ในขั้นตอนที่ 2 (เลี้ยงให้อ้วน) เพื่อเสริมการพัฒนาตัวของเมฆ และต่อเนื่องขั้นตอนที่ 3 (โจมตี) เมื่อเวลา 09.45 น. บริเวณพื้นที่เป้าหมายอำเภอท่าใหม่ อำเภอเขาคิฌชกูฏ อำเภอนายายอาม และอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี เพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ประสบปัญหาภัยแล้ง
ด้านพื้นที่ภาคกลาง ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง ที่จ.นครสวรรค์และจ.กาญจนบุรี โดยผลตรวจสภาพอากาศ พบว่ามีความชื้นที่ระดับการเกิดเมฆ 91% ความชื้นที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆ 51% และค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ -1.2 หน่วยปฏิบัติการฯ จังหวัดนครสวรรค์ จึงวางแผนบินในขั้นตอนที่ 1 (ก่อกวน) บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี เพื่อก่อเมฆตามแนวเขาช่วยเพิ่มปริมาณน้ำให้กับอ่างเก็บน้ำทับเสลา
ด้านพื้นที่ภาคเหนือ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการฯ ที่จ.เชียงใหม่และจ.พิษณุโลก โดยจากผลการตรวจสภาพอากาศของสถานีเรดาร์ร้องกวาง จังหวัดแพร่ และสถานีเรดาร์อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ มีความชื้นที่ระดับการเกิดเมฆ 43% (ร้องกวาง) 34% (อมก๋อย) ความชื้นที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆ 40% (ร้องกวาง) 11% (อมก๋อย) และค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ 3.8 (ร้องกวาง) 6.8 (อมก๋อย) ซึ่งไม่เหมาะกับการปฏิบัติการฝนหลวง จึงขอติดตามสภาพอากาศระหว่างวัน หากในช่วงบ่ายมีความเหมาะสมจะวางแผนขึ้นบินปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่ที่ประสบปัญหาฝุ่นละออง ตลอดจนช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรบางส่วนของจังหวัดกำแพงเพชรที่ได้รับการร้องขอฝนเข้ามา
ด้านพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการฯ ที่จ.ขอนแก่นและจ.อุดรธานี โดยจากผลการตรวจอากาศของสถานีเรดาร์บ้านผือ จังหวัดอุดรธานี และสถานีเรดาร์พิมาย จังหวัดนครราชสีมา พบว่ามีความชื้นที่ระดับเกิดเมฆ 50% (บ้านผือ) 94% (พิมาย) ความชื้นที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆ 16% (บ้านผือ) 50% (พิมาย) และค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ -0.3 (บ้านผือ) -0.5 (พิมาย) ซึ่งความชื้นที่ระดับบนและค่าการยกตัวของอากาศยังไม่เหมาะสำหรับการขึ้นปฏิบัติการ จึงขอติดตามสภาพอากาศระหว่างวัน หากมีความเหมาะสม หน่วยปฏิบัติการฯ จังหวัดขอนแก่น จะวางแผนขึ้นบินปฏิบัติการสลายฝุ่นละอองในพื้นที่อำเภอเมืองขอนแก่น และช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรบางส่วนของจังหวัดบุรีรัมย์ และหน่วยปฏิบัติการฯ จังหวัดอุดรธานี จะขึ้นบินเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ รวมถึงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรบางส่วนของจังหวัดสกลนครทันที
สำหรับพื้นที่ภาคใต้ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการฯ ที่อำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา โดยจากผลตรวจสภาพอากาศของสถานีเรดาร์พนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบว่ามีความชื้นที่ระดับการเกิดเมฆ 37% ความชื้นที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆ 15% และค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ 3.0 ซึ่งยังไม่เข้าเงื่อนไขที่เหมาะสม จึงขอติดตามสภาพอากาศระหว่างวัน หากมีความเหมาะสมจะวางแผนขึ้นปฏิบัติช่วยเหลือพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้งบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี ตลอดจนพื้นที่การเกษตรบริเวณภาคใต้ตอนล่างบางส่วนของจังหวัดตรัง กระบี่ และสุราษฎร์ธานี