"จุรินทร์" สั่งกรมค้าภายใน-กยท. ตรวจสอบราคายางด่วน หลังปรับตัวลดผิดปกติ
"จุรินทร์" สั่งกรมการค้าภายใน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ราคายางที่ได้มีการปรับตัวลดลงอย่างผิดปกติ
เมื่อวันที่ 7 พ.ย. นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และสำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ราคายางที่ได้มีการปรับตัวลดลงอย่างผิดปกติ โดยเมื่อวันที่ 6 พ.ย.63 กรมการค้าภายใน ได้จัดส่งสายตรวจเฉพาะกิจลงพื้นที่ร่วมกับกายท. เข้าตรวจสอบ ผู้ประกอบการทุกรายในพื้นที่จังหวัดสงขลา พบไม่มีการติดป้ายแสดงราคา มีความผิดตามมาตรา 28 ซึ่งได้ดำเนินคดีไปแล้วและหากตรวจสอบพบว่ามีลักษณะพฤติกรรมจงใจที่จะทำให้ราคาต่ำเกินสมควรหรือทำให้เกิดความปั่นป่วนซึ่งราคา จะมีความผิดตามมาตรา 29 ตาม พรบ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ 2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ซึ่งผลจากการลงตรวจสอบในพื้นที่พบว่าราคารับซื้อน้ำยางสด ในวันที่ 6 พ.ย.63 ทุกจังหวัดในภาคใต้ ปรับตัวสูงขึ้น 2 บาทถึง 3 บาทต่อกิโล สาเหตุที่ราคารับซื้อน้ำยางสดในภาคใต้ปรับตัวลดลงในช่วงสัปดาห์ก่อน เนื่องจากผู้รับซื้อในจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ลดปริมาณการซื้อลง 40-50% จึงได้มอบหมายให้สายตรวจเฉพาะกิจขยายผลตรวจสอบต่อไปยังพื้นที่ต้นทาง
นายวัฒนศักย์ กล่าวตอีกว่า ในส่วนสำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าจะได้ จัดส่งทีมชุดเฉพาะกิจร่วมตรวจสอบพฤติกรรมลักษณะที่มีการสมคบกันในการกำหนดราคาซื้อหรือลักษณะพฤติกรรมที่ใช้อำนาจต่อรองที่เหนือกว่าอย่างไม่เป็นธรรมในการกำหนดราคารับซื้อ ซึ่งหากพบว่ามีพฤติกรรมเข้าข่ายมีพฤติกรรมสมคบกันกำหนดราคา หรือฮั้วราคากันก็จะต้องได้รับโทษอาญาจำคุกไม่เกินสองปีปรับไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ในปีที่กระทำความผิดหรือทั้งจำทั้งปรับ หรือหากมีลักษณะพฤติกรรมที่เป็นการใช้อำนาจต่อรองที่เหนือกว่าอย่างไม่เป็นธรรมก็จะต้องได้รับโทษทางปกครองปรับไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ในปีที่กระทำความผิดกรณีที่มีพฤติกรรมทำให้เกิดความปั่นป่วนซึ่งราคาหัวราคาหรือใช้อำนาจต่อรองที่เหนือกว่าอย่างไม่เป็นธรรม ในเรื่องนี้นายจุรินทร์ ได้สั่งการให้ดำเนินการอย่างเฉียบขาดเพราะถือว่าเป็นการเอาเปรียบเกษตรกร