ส.ป.ก. เดินหน้าโครงการน้ำบาดาลและระบบสูบน้ำโซล่าร์เซลล์ในเขตปฏิรูปที่ดิน
สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ได้พัฒนาโครงการก่อสร้างบ่อบาดาลและระบบสูบน้ำโซล่าร์เซลล์เพื่อการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินที่ ส.ป.ก. ดำเนินการจัดทำแบบก่อสร้างตามที่ ส.ป.ก.จังหวัด ขอรับการสนับสนุนโครงการตามความต้องการของเกษตรกร และได้พิจารณาจุดที่ตั้งโครงการโดยใช้แผนที่น้ำบาดาลของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล
สาเหตุที่ ส.ป.ก. เลือกระบบโซลาร์เซลล์มาใช้ก็เพื่อประหยัดพลังงานและเป็นการนำแนวทางของตาม BCG Model ในเรื่องของ Green Energy ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลมาขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมในพื้นที่ ส.ป.ก. และอีกสาเหตุหนึ่งที่ ส.ป.ก. เลือกใช้พลังงานแสงอาทิตย์มาเป็นพลังงานเพื่อใช้ในการสูบน้ำและกระจายน้ำ เนื่องจากโครงการสามารถดำเนินการได้แม้ในพื้นที่การเกษตรที่อยู่ห่างไกลระบบไฟฟ้า ด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าว ส.ป.ก. จึงได้เริ่มดำเนินการโครงการพัฒนาแหล่งน้ำใต้ดิน ภายใต้ “โครงการก่อสร้างบ่อบาดาลและระบบสูบน้ำโซลาร์เซลล์เพื่อการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน”
ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กล่าวว่า ส.ป.ก. เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการจัดที่ทำกินและพัฒนาโครงการสร้างพื้นฐานในพื้นที่ทำกินให้มีความเหมาะสมสำหรับการเกษตรกรรม ในพื้นที่กว่า 36 ล้านไร่ แต่พื้นที่ ส.ป.ก. ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรน้ำฝน เกษตรกรจึงต้องพึ่งพาน้ำฝนในการทำเกษตรกรรมเป็นหลัก ส.ป.ก.จำเป็นต้องทำการจัดหาและสร้างแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรให้ครอบคลุมทั่วถึง และช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่น้ำเพื่อการเกษตรไม่เพียงพอ หรือในช่วงที่ผลิตผลกำลังติดดอกออกผลไม่ให้ได้รับความเสียหาย
ส.ป.ก. ได้มอบหมายให้ สำนักพัฒนาพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน (สพป.) เป็นผู้รับผิดชอบ โดยในการดำเนินการสำนักพัฒนาพื้นที่ปฏิรูปที่ดินจะประสานและบูรณาการร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาลอย่างใกล้ชิด ในการช่วยกันดำเนินการโครงการเพื่อให้โครงการสามารถขับเคลื่อนไปได้ตามวัตถุประสงค์ พร้อมทั้งการอบรมให้ความรู้เกษตรกรในการบริหารจัดการน้ำและส่งเสริมให้ความรู้ในด้านการให้น้ำพืชในรูปแบบต่าง ๆ โดยมุ่งหวังให้เกษตรกรมีน้ำต้นทุนเพื่อในการเกษตรกรรมเพื่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพได้ ในห้วงระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 ถึง ปี พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมานั้น สพป. ได้ดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำไปแล้ว 756 โครงการ มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นกว่า 22 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่ได้รับน้ำประมาณ 100,000 ไร่ รวมมูลค่าดำเนินการประมาณ 765 ล้านบาท
ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ส.ป.ก. ได้งบประมาณสนับสนุนจากกองทุนปฏิรูปที่ดินฯ ได้สนับสนุนงบประมาณก่อสร้างไปแล้ว วงเงิน 87,620,620บาท รวม 62 โครงการ ในพื้นที่ 24 จังหวัด ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ จำนวน 13 โครงการ 8 จังหวัด พี่น้องเกษตรกรได้รับประโยชน์ไปแล้วกว่า 259 ครัวเรือน 2,089 ไร่ ใช้งบประมาณก่อสร้างไปแล้ว 18,661,000 บาท และยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการอีก จำนวน 44 โครงการ และอยู่ระหว่างพิจารณาหาจุดดำเนินการอีก 5 โครงการ จากที่ ส.ป.ก.ได้ลงพื้นที่ติดตามโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จไปแล้ว พบว่า เกษตรกรพึงพอใจในโครงการ และพบว่าเกษตรกร เริ่มใช้น้ำจากโครงการไปใช้ในการปลูกพืชผักผลไม้ในช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมา เช่น จังหวัดร้อยเอ็ด ส.ป.ก.ได้ลงพื้นที่ติดตามโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ เกษตรกรเริ่มใช้น้ำในการเพาะปลูกพื้นผักสวนครัวในระยะเริ่มต้นเพื่อเป็นการลดรายจ่ายพึ่งพาตัวเอง เช่น การปลูกพริก ปลูกมะเขือ ปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ ในพื้นที่รายละประมาณ 1 ไร่ และปลูกพืชการเก็บเกี่ยวปานกลางหรือระยะยาว เช่น การปลูกข้าวโพด การปลูกกล้วยหอมทอง การปลูกอ้อยคั้นน้ำ เป็นต้น
นอกจากนั้นเกษตรกรใช้น้ำ สำหรับปลูกพืชผักหมุนเวียน มีรายได้ 3 เท่าตัว การเก็บเกี่ยวอยู่ในช่วง 2 รอบ/ปี แล้วแต่ชนิดของผลผลิต รายได้ประมาณ 100,000-120,000 บาท จากผลผลิตทุกชนิดที่เก็บได้ และจังหวัดน่านเกษตรกรใช้น้ำจากโครงการ ในพื้นที่ บ้านเมืองหลวง หมู่ที่ 4 ตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เกษตรกรเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 14 ราย 15 แปลง รวมเนื้อที่ 162 ไร่ ใช้น้ำบาดาลสำหรับแปลงผัก สวนผลไม้ และการประมงอีกด้วย