กรมปศุสัตว์ ออกหน่วยสัตวแพทย์พระราชทานฯ เปิดบริการรักษาสัตว์เลี้ยงแก่เกษตรกรผู้ยากไร้ เมืองพัทลุง-นครศรีฯ 27-29 มิ.ย.นี้
กรมปศุสัตว์ ร่วมกับสถาบันการศึกษาด้านสัตวแพทย์ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เตรียมลงพื้นที่ออกหน่วยโครงการสัตวแพทย์พระราชทานจังหวัดพัทลุง และนครศรีธรรมราช เปิดบริการเกษตรกรผู้ยากไร้อยู่ห่างไกลสถานบริหารภาครัฐ เพื่อป้องกันโรคระบาดจากสัตว์สู่สัตว์และโรคสัตว์สู่คน และส่งเสริมเกษตรกรสามารถดูแลรักษาพยาบาลสัตว์เบื้องต้นด้วยตัวเอง
นายสัตวแพทย์ไพโรจน์ เฮงแสงชัย รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงห่วงใยในความเป็นอยู่ของพสกนิกรเป็นอย่างมาก ทุกครั้งที่ทรงเสด็จแปรพระราชฐานที่ประทับในทุกภาคของประเทศ จะทรงดูแลความเป็นอยู่ของราษฎร โดยมิได้ทรงเหน็ดเหนื่อย และพระราชทานความช่วยเหลือให้คำแนะนำในการประกอบอาชีพของราษฎรเพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ประชาชนในชนบทส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักร่วมกับการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งในพื้นที่ห่างไกลมักประสบปัญหาด้านสุขภาพสัตว์ และขาดความรู้ ความเข้าใจในการเลี้ยงสัตว์ ทำให้เกิดการสูญเสียและไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ พระองค์จึงทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินงานโครงการสัตวแพทย์พระราชทาน เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์
รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ในฐานะหน่วยงานหลักในการดำเนินงานโครงการสัตวแพทย์พระราชทานฯ ร่วมกับสถาบันการศึกษาด้านสัตวแพทย์และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติงานถวายเพื่อสนองพระราชดำริ จึงได้กำหนดออกหน่วยโครงการสัตวแพทย์พระราชทานขึ้นในพื้นที่จังหวัดพัทลุงและนครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 27 – 29 มิถุนายน 2560 นับเป็นความร่วมมือร่วมใจของกลุ่มอาชีพทางการสัตวแพทย์ และวิชาชีพอื่นๆ ในการที่จะดำเนินงานให้ประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ที่พระองค์ได้ทรงพระราชทานมอบไว้ เพื่อปฏิบัติงานที่ยังประโยชน์สุขต่อพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ สำหรับการออกหน่วยโครงการสัตวแพทย์พระราชทานฯ ในครั้งนี้ มีการให้บริการด้านการรักษาพยาบาลสัตว์ป่วย การฉีดวัคซีนป้องกันโรคสัตว์ การแก้ปัญหาที่เกิดจากการผสมเทียมด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ การให้ความรู้ด้านการเลี้ยงสัตว์ การดูแลสุขภาพสัตว์แก่เกษตรกรที่เป็นผู้ผลิตสัตว์ในลักษณะเศรษฐกิจพอเพียง
“อาชีพการเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างยิ่ง นอกจากจะเป็นแหล่งโปรตีน เพื่อการบริโภคของประชาชนภายในประเทศแล้ว ยังสามารถส่งออกเพื่อนำเงินตราเข้าประเทศได้อีกทางหนึ่ง อย่างไรก็ตามสิ่งที่เป็นปัญหาควบคู่กับการเลี้ยงสัตว์คือ ปัญหาสุขภาพสัตว์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลผลิตและการเจริญเติบโตของสัตว์ รวมทั้งค่าอาหารที่ต้องเสียเพิ่มขึ้นจากที่สัตว์มีปัญหาสุขภาพสัตว์ แม้ว่าทางรัฐบาลจะให้ความสำคัญต่ออาชีพการเลี้ยงสัตว์และสนับสนุนงบประมาณให้กับกรมปศุสัตว์ถึงปีกว่า 4,000 ล้านบาทก็ตาม ก็ยังพบการให้บริการด้านการรักษาพยาบาลสัตว์ยังไม่สามารถกระจายได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล ซึ่งเกษตรกรยังมีฐานะยากจน ดังนั้น การดำเนินการโครงการสัตวแพทย์พระราชทานฯ ครั้งนี้นับว่าเป็นการสนองพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในการที่จะทำให้ประชาชนชาวไทย มีความอยู่ดีกินดีอย่างทั่วถึง เป็นการแบ่งเบาพระราชกรณียกิจของพระองค์ เพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้แก่เกษตรกรผู้ยากไร้อยู่หางไกลและขาดโอกาส” นายสัตวแพทย์ไพโรจน์ กล่าว