บทบาทภารกิจที่สำคัญ "ศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ" กับการดำเนินงาน "นาแปลงใหญ่"
ศูนย์วิจัยข้าวชุมแพก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2498 เดิมเป็นสถานีทดลองข้าวชุมแพสังกัดศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี ต่อมาได้มีการแบ่งส่วนรับผิดชอบเป็นเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและตอนล่าง สถานีทดลองข้าวชุมแพซึ่งตั้งอยู่ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จึงเปลี่ยนมาสังกัดศูนย์วิจัยข้าวสกลนคร สถาบันวิจัยข้าว กรมวิชาการเกษตร จนกระทั่งวันที่ 16 มีนาคม 2549 ได้มีการตั้งกรมการข้าว จึงแยกออกจากกรมวิชาการเกษตร เป็นศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ สังกัดสำนักวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นายกิจติพงษ์ เพ็งรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ กล่าวว่า บทบาทภารกิจหลักของศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ คืองานวิจัยวิจัยเพื่อปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ในเขตจังหวัดที่รับผิดชอบก็คือ จังหวัดเลย จังหวัดขอนแก่นบางส่วน และจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งพื้นที่การทำนาส่วนใหญ่เป็นนาน้ำฝน ปริมาณน้ำฝนในเขตนี้ค่อนข้างน้อยถือได้ว่าเป็นเขตแห้งแล้ง ศูนย์ก็ได้ปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้ต้านทานความแห้งแล้ง ต้านทานโรคไหม้ ซึ่งมักจะพบเป็นปัญหาสำคัญในเขตนี้ และให้ทนทานต่อวัชพืชให้ต้นข้าวสามารถแข่งขันกับวัชพืชได้ แล้วก็มีพันธุ์ข้าวที่เป็นข้าวไร่พื้นที่ชายขอบของภาคอีสานแถวเทือกเขาเพชรบูรณ์ และศูนย์มีการดำเนินงานด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ ศูนย์วิจัยข้าวชุมแพรับหน้าที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว กข6 เมล็ดบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นศูนย์ที่สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว กข6 ได้ดีสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวได้ทั้งปริมาณและคุณภาพดีต่อเนื่องกันหลายปี ซึ่งพันธุ์ข้าว กข6 เป็นพันธุ์ข้าวที่ค่อนข้างจะผลิตเมล็ดพันธุ์บริสุทธิ์ได้ยาก เพราะมีลักษณะเฉพาะตัวก็คือมีการกลายกลับมีการผสมข้ามกับข้าวจ้าวต้นข้าวก็จะกลายเป็นข้าวจ้าว
สำหรับโครงสร้างของศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ จะมี มีฝ่ายบริหารทั่วไป ให้บริการเกี่ยวกับงานธุรการต่างๆ กลุ่มวิชาการ กลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์กลุ่มถ่ายทอดเทคโนโลยี และภายในศูนย์มีการจัดทำแปลงสาธิต แปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ เพื่อกระจายสู่เกษตรกรในพื้นที่ เพื่อให้เกษตรกรได้รับเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพจะศูนย์วิจัยข้าวชุมแพจะมีนักวิจัยและเจ้าหน้าที่ลงมาตรวจแปลงในทุกช่วงของการเจริญเติบโตของข้าวอีกด้วย
นอกจากนี้ ศูนย์มีการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลประกอบด้วยนาแปลงใหญ่ โครงการข้าวอินทรีย์ โครงการข้าว GAP โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และการเชื่อมโยงตลาด ซึ่งศูนย์รับผิดชอบ 2 จังหวัด นาแปลงใหญ่ในจังหวัดเลยมีอยู่ 4 กลุ่ม จังหวัดชัยภูมิมีแปลงใหญ่ 235 กลุ่ม และมีโครงการสมาชิกนาแปลงใหญ่ที่เข้าโครงการล่าสุดของรัฐบาลโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด 128 กลุ่ม
ซึ่งวัตถุประสงค์ของโครงการนาแปลงใหญ่ คือ ลดต้นทุนการผลิต ศูนย์มีการสนับสนุนปัจจัยการผลิต เช่นเครื่องหยอด เป็นการลดต้นทุนการผลิต คือ ลดอัตราเมล็ดพันธุ์ถ้าเกษตรกรปลูกเองนาหว่านจะใช้ประมาณ 30 กิโลกรัมต่อไร่ แต่ถ้าเป็นนาหยอดจะใช้ประมาณ 12 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อลดต้นทุนการผลิตแล้วก็เพิ่มผลผลิตตามเป้าหมายของรัฐบาล อีกหนึ่งอย่างก็คือเพิ่มคุณภาพผลผลิตศูนย์ก็เข้ามาส่งเสริมเรื่องของ GAP ก็จะให้กลุ่มนาแปลงใหญ่จะผ่านมาตรฐาน GAP รวมถึงต่อยอดโครงการส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เองในกลุ่มนาแปลงใหญ่เป็นลักษณะไข่ขาวไข่แดง คือมีพื้นที่ที่เป็นไข่แดง เพื่อเกิดผลดีกับเกษตรกรอย่างมั่นคงอีกด้วย