ปรับเปลี่ยนวิถีชาวนา สู่หลักการตลาดนำการผลิต สร้างรายได้สู่ชุมชน

เกษตร28 ส.ค. 2563 • 12:49 น.
ปรับเปลี่ยนวิถีชาวนา สู่หลักการตลาดนำการผลิต สร้างรายได้สู่ชุมชน
นาแปลงใหญ่ตำบลท้องลำเจียก อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช มีการรวมกลุ่มกันขึ้นเมื่อปี 2561 มีสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 40 ราย พื้นที่ 962 ไร่ ซึ่งสมาชิกในกลุ่มมีความเข้มแข็งเป็นอย่างมาก ทั้งด้านการวางแผนการผลิตหรือวางแผนปลูกข้าว การเลือกใช้เมล็ดพันธุ์ชนิดเดียวกัน ตามที่โรงสีต้องการ โดยยึดหลักตลาดนำการผลิต ตลอดจนกำหนดช่วงระยะเวลาในการปลูกให้ใกล้เคียงกัน เพื่อสะดวกในการบริหารจัดการผลผลิตให้มีคุณภาพมาตรฐาน นายวุฒิชัย ชูเพ็ชร ประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่ ต.ท้องลำเจียก อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการรวมกลุ่มมีจุดประกายจากครั้งแรกคือเคยทำนา โดยที่ไม่มีจุดหมายว่าทำแล้วเราจะขายที่ไหน ราคาเท่าไหร่ เลยเกิดมีการประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับกลุ่มนาแปลงใหญ่ ก็เลยเกิดการรวมกลุ่มจนมาเป็นนาแปลงใหญ่ในปัจจุบัน และตอนนี้ทางกลุ่มได้มีการรับรองข้าวคุณภาพ มีการใช้การตลาดนำการผลิต ซึ่งหมายความว่าจะปลูกข้าวชนิดไหน ตลาดต้องการหรือไม่ ตอนนี้การปลูกข้าวแต่ละชนิด แต่ละพันธุ์คือจะมีตลาดรองรับ มีโรงสีที่อยู่อำเภอหัวไทรเป็นเป็นผู้รับซื้อ ตอนนี้ทางกลุ่มเราไม่ต้องกังกลเรื่องการตลาด ว่าผลิตแล้วจะไปขายที่ไหน เพราะมีโรงสีรับ ก็ส่งผลให้สมาชิกในกลุ่มมีรายได้ที่มั่นคง ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นได้ จากการทำนาเมื่อก่อนเกษตรกรในพื้นที่มีการทำนาหว่านข้าวแห้งปีละ 1 ครั้ง และได้มีการปรับเปลี่ยนมาเป็นการทำนาแบบหว่านน้ำตมปีละ 2 ครั้ง และไม่มีความรู้ว่าควรจะปลูกพันธุ์อะไรดี พอได้รับความรู้และใช้หลักการตลาดนำการผลิต ก็ส่งผลให้วันนี้กลุ่มมีการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวตามตลาดต้องการ เช่น พันธุ์กข 43 พันธุ์กข77 และ พันธุ์กข79 ก็ส่งผลให้ผลผลิตมีตลาดรองรับ รายได้ก็เพิ่มขึ้นอีกด้วย นายสมบูรณ์ สุวรรณโณ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ทางศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราช ก็ได้เข้ามาส่งเสริมเกษตรกรกลุ่มนาแปลงใหญ่ตำบลท้องลำเจียกให้มีการรวมกลุ่มกัน ก็ได้มีการถ่ายทอดความรู้ ในเรื่องการวิจัย ให้ความรู้เกี่ยวกับการผลิตเมล็ดพันธุ์ และก็จัดทำแปลงสาธิตในการผลิตเมล็ดพันธุ์ จัดทำแปลงสาธิต แล้วก็ให้ความรู้เกี่ยวกับการผลิตข้าวที่ปลอดภัยหรือเรียกว่าGAP แล้วในส่วนการสนับสนุนปัจจัย ก็สนับสนุนปัจจัยเมล็ดพันธุ์ เครื่องปรับปรุงเมล็ดพันธุ์ และก็ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูข้าว ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ของศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราชเข้ามาสำรวจอาทิตย์ละ 2 วัน เขาเรียกว่าคลินิกข้าว เพื่อพยากรณ์ว่าในพื้นที่นี้มีการระบาดของโรคอะไรบ้าง โรคแมลงอะไรบ้าง เพื่อที่จะแจ้งเตือนให้พี่น้องเกษตรกรได้ป้องกัน กำจัดได้ทันท่วงที และดูในภาพรวมแล้วก็จะแจ้งกับทางกรมส่งเสริมการเกษตรคือทางสำนักงานเกษตรจังหวัด เพื่อแจ้งเกษตรอำเภอในพื้นที่เพื่อให้เตรียมพร้อมในการป้องกันกำจัดศัตรูข้าวที่จะระบาดในโอกาสต่อไป หลังจากที่นำโครงการแปลงใหญ่เข้ามาส่งเสริมเกษตรกรพื้นที่นาแปลงใหญ่ตำบลท้องลำเจียก ก็ได้วิเคราะห์ดูผลสำเร็จของงานเกษตรกรที่ปลูกข้าว ก็จะได้มีความรู้ในเรื่องการผลิตข้าวที่ปลอดภัย ทำให้คุณภาพของเมล็ดพันธุ์ คุณภาพของข้าว ที่จะจำหน่าย มีคุณภาพมาตรฐานที่สูงขึ้น และก็มีผลผลิตเพิ่มขึ้น เพราะว่าเกษตรกรได้ดูแลข้าวปลูก ดูแลข้าวในลักษณะที่ถูกต้อง และเหมาะสม ตามหลัก GAP ทำให้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น ศัตรูโลกแมลงทำลายก็น้อยลง เมื่อข้าวแข็งแรงโลกแมลงก็จะน้อยลงทำให้เกษตรกรมีผลผลิตเพิ่มขึ้น คุณภาพดีขึ้น ราคาดีขึ้น คุณภาพชีวิตการเป็นอยู่ดีขึ้นอีกด้วย นายวุฒิชัย ชูเพ็ชร ประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่ ต.ทองลำเจียก นับว่าเป็นผู้นำกลุ่มที่มีความเข้มแข็ง คอยประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราช กรมการข้าว ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษาในหลายๆด้าน ทั้งด้านการทำนา การลดต้นทุนการผลิต ตลอดจนหาช่องทางการตลาดให้กลุ่มมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และสามารถประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้อย่างมั่นคง “ก็อยากฝากถึงกลุ่มนาแปลงใหญ่ตำบลท้องลำเจียก ว่าให้รวมกลุ่มกันให้เข้มแข็งแบบนี้ต่อไปนะครับ และก็ให้ผลิตข้าวที่ตลาดต้องการ แล้วก็การผลิตข้าวจะต้องรักษาคุณภาพไว้ให้ได้มาตรฐานเหมือนปัจจุบันหรือว่าดีกว่าปัจจุบันนะครับ เพื่อที่จะทำให้ราคาขายข้าวนี้ขายได้ในราคาที่ดีนะครับ ถ้าสนใจจะสมัครเข้าร่วมกลุ่มนาแปลงใหญ่นะครับ ก็รวมกลุ่มกันก่อนนะครับ รวมกลุ่มให้ได้ไม่ต่ำกว่า 30 รายนะครับ พื้นที่ไม่ต่ำกว่า 300 ไร่ รวมกลุ่มกันเสร็จให้ไปแจ้งที่กรมการข้าวหรือว่าศูนย์วิจัยข้าว ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนะครับ ในพื้นที่หรือว่าแจ้งเกษตรอำเภอ เกษตรจังหวัด หรือว่าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรได้หมดนะครับ”นายสมบูรณ์ กล่าว