ศมข.กาฬสินธุ์ ส่งเสริมนาแปลงใหญ่ พัฒนาชีวิตเกษตรกร ยกระดับการผลิตข้าวคุณภาพดี

เกษตร14 ธ.ค. 2564 • 01:45 น.
ศมข.กาฬสินธุ์ ส่งเสริมนาแปลงใหญ่ พัฒนาชีวิตเกษตรกร ยกระดับการผลิตข้าวคุณภาพดี
ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ ส่งเสริมเกษตรกรกลุ่มนาแปลงใหญ่ ในโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด พัฒนาชีวิตเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้น และยกระดับการตลาดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน วันที่ 14 ธ.ค.64 นายฉันทลักษณ์ ฆารไสว ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกร มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม รวมทั้งเครือข่ายความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆในการร่วมกันบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพ และยกระดับการผลิตไปสู่สินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐาน สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ตลอดจนขับเคลื่อน ติดตามและกำกับดูแลให้โครงการดำเนินการบรรลุเป้าหมาย และเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรต่อไป ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ได้รับงบประมาณ 80 ล้านเศษในการดำเนินโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด เพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์ เทคโนโลยีต่าง ๆ พัฒนาการผลิตข้าวตามมาตรฐาน GAP ทำให้ได้ผลผลิตที่ดีสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ สร้างช่องทางการเงินที่หลากหลายได้ ซึ่งกลุ่มนาแปลงใหญ่ หมู่ 6 ตำบลนาโก อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ประสบผลสำเร็จ ในเรื่องของการรวมกลุ่ม การพัฒนาผลผลิต การแปรรูป ตรงตามความต้องการของตลาดได้เป็นอย่างดี นางสาววิจิตรา แสงทอง ประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่ข้าว หมู่ 6 ตำบลนาโก อำเภอกุฉินารายณ์ (กลุ่มข้าวเกษตรอินทรีย์เป็นสุข) กล่าวว่า เริ่มต้นก่อนการรวมกลุ่ม ประสบปัญหาเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนในการทำนาที่เคยทำเคมีกันมาอย่างยาวนาน เกษตรกรไม่เข้าใจ ไม่คุ้นเคยในการปรับเปลี่ยน จึงเริ่มจากตัวเองก่อน เริ่มจากการปลูกข้าวอินทรีย์จริงจัง ศึกษาเรื่องการตลาด เพราะมีส่วนสำคัญมาก ถ้าทำแล้วไม่รู้จะไปขายที่ไหน เกษตรกรสมาชิกไม่มีกำลังใจที่จะทำ เพราะว่าพอทำข้าวดีๆ สุดท้ายต้องมาขายเป็นข้าวที่ใช้เคมีเหมือนกับคนทั่วไป ปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนเป็นอย่างมาก เพราะได้รับองค์ความรู้มากยิ่งขึ้น ว่า ข้าวอินทรีย์มันดีต่อสุขภาพของเกษตรกรเอง ดีต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป้าหมายหลักๆ ของกลุ่ม คือ การพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรสมาชิก ต้องมีรายได้ที่ดีขึ้น สุขภาพดีขึ้น และไม่มีหนี้สิน และสามารถส่งลูกๆ ให้เรียนหนังสือจบได้ โดยที่ไม่มีความเหลื่อมล้ำในการใช้ชีวิตให้รู้สึกว่าตัวเองไม่ด้อยในเรื่องของรายได้ อาชีพของเขาเป็นอาชีพที่มีเกียรติมาก ทางกลุ่มได้เข้าร่วมโครงการแปลงใหญ่เมื่อปี 2561 มีสมาชิก 30 รายพื้นที่ 523 ไร่ ปลูกข้าวหอมมะลิ 105 เป็นหลัก ส่วนใหญ่ปลูกตามออเดอร์ ปัจจุบันมีการพัฒนาผลผลิต โดยการแปรรูปให้ตรงต่อความต้องการของตลาด จึงทำให้กลุ่มประสบผลสำเร็จได้มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งผลผลิตหลักๆ คือ ข้าวกล้องหอมมะลิ ข้าวสารขาวออแกนิค ข้าวสินเหล็ก ซึ่งข้าวสินเหล็กได้มีการส่งเสริมจากคุณหมอ ให้ปลูกเป็นข้าว มีประโยชน์เยอะในเรื่องของคนที่มีปัญหาเรื่องเบาหวาน จึงนำข้าวสินเหล็กมาแปรรูปเป็น ขนมป๊อปไลค์ signature และทางกลุ่มมีแผนพัฒนาผลผลิตแปรรูปทำเป็น "น้ำอามาซาเกะ" น้ำดื่มเพื่อสุขภาพ บำรุงผิวพรรณ บำรุงเล็บ บำรุงผม ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย จากการแพ็คขายได้กิโลกรัมละ 120 บาท นำมาแปรรูปสร้างรายได้เพิ่มได้ถึงกิโลกรัมละ 1,000 บาท การตลาดหลักๆ คือ โรงพยาบาลในพื้นที่อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่พอขาย ในปี 2565 นี้ มีแผนรับสมัครสมาชิกเพิ่ม ขยายพื้นที่การเพาะปลูกข้าวอินทรีย์ เนื่องจากเรามีตลาดที่แน่นอน และไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด และที่สำคัญ เรามีการบริหารจัดการในเรื่องของการเพาะปลูกที่ดี เป็นปัจจัยที่จะทำให้เกษตรกรได้เรียนรู้ในการทำนาแบบใหม่ ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มผลผลิต มีเครื่องจักรเข้ามาช่วย เนื่องจากทางกลุ่มได้เข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด นำเงินสนับสนุนมาซื้อเครื่องจักรเพิ่ม เนื่องจากเกษตรกรสมาชิกค่อนข้างจะอายุมากแล้ว จึงนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาให้สมาชิกได้ใช้ในราคาของสมาชิกกลุ่มเอง โดยไม่ต้องจ้างจากที่อื่น ไม่ว่าจะเป็น รถเกี่ยวข้าว เครื่องสีข้าว และปัจจัยการผลิตอีกมากมาย เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต อำนวยความสะดวกและรวดเร็วให้กับเกษตรกรสมาชิก และพัฒนากลุ่ม พัฒนาผลผลิตให้ดียิ่งขึ้นต่อไป