ฟื้นฟูพื้นที่เลี้ยงกุ้งกุลาดำสมุทรสาคร ปรับสู่การทำเกษตรยั่งยืน
โครงการฟื้นฟูพื้นที่ที่เคยเลี้ยงกุ้งกุลาดำ กรมพัฒนาที่ดิน ได้ดำเนินการเพื่อปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่เคยผ่านการเลี้ยงกุ้งกุลาดำมาทำการเกษตรให้มีความยั่งยืน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2541 ที่ให้ยกเลิกการเลี้ยงกุ้งกุลาดำในพื้นที่น้ำจืด และได้ให้กรมพัฒนาที่ดินได้เข้าไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ผู้เพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำที่ได้รับผลกระทบ โดยดำเนินการฟื้นฟูให้สามารถนำพื้นที่กลับมาใช้ประโยชน์ด้านการเพาะปลูกได้อีกครั้ง
นายวิโรจน์ ชูช่วย ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินสมุทรสาคร กล่าวว่า กรมพัฒนาที่ดิน โดยสถานีพัฒนาที่ดินสมุทรสาคร ได้ดำเนินการโครงการฟื้นฟูพื้นที่ที่ผ่านการเลี้ยงกุ้งกุลาดำมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวน 152 ราย พื้นที่ที่ได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาสามารถปลูกพืชได้จำนวน 1,224 ไร่ นับเป็นโครงการที่มีประโยชน์แล้วก็ถือได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง ดังจะเห็นได้จากพี่น้องเกษตรกร อีกหลายรายที่มีความประสงค์ขอเข้าร่วมโครงการฯ กับทางสถานีพัฒนาที่ดินสมุทรสาคร สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานโครงการฯ สถานีพัฒนาที่ดินสมุทรสาคร จะเข้าไปดำเนินการในเรื่อง การฟื้นฟูบ่อกุ้งร้าง โดยการล้มคันร่องและปรับพื้นที่ให้ราบเรียบ และทำการขุดยกร่อง เพื่อปลูกพืช ให้กับเกษตรกรพร้อมทั้งสนับสนุน พันธุ์พืช วัสดุสำหรับปรับปรุงดิน เช่น ยิปซั่ม เพื่อแก้ปัญหาความเค็มของดิน โดโลไมท์ เพื่อแก้ปัญหาดินกรด ปุ๋ยอินทรีย์สำหรับเพิ่มอินทรีย์วัตถุให้กับดิน
ซึ่งหลังจากที่มีการฟื้นฟูและปรับปรุงพื้นที่แล้ว เกษตรกรในจังหวัดสมุทรสาครส่วนใหญ่จะปลูกมะพร้าวน้ำหอม เนื่องจากมะพร้าวน้ำหอม เป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัด สมุทรสาคร ประกอบกับราคาผลผลิตของมะพร้าวน้ำหอม ขณะนี้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีขายได้ 12-15 บาทต่อลูก ซึ่งในปัจจุบันมะพร้าวน้ำหอมเริ่มให้ผลผลิต 800-900 ลูกต่อเดือน ในพื้นที่ 8 ไร่ ของนายชิ้น ฟูกทรัพย์เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเมื่อปี 2559 นอกจากนี้เกษตรกรยังมีการปลูกพืชเสริมหรือพืชล้มลุก ในร่องสวน มีทั้งการปล่อยปลากินพืชในร่องสวน เป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่งก่อนที่มะพร้าวจะให้ผลผลิต พร้อมทั้งมีการปลูกหญ้าแฝกตามแนวคันร่อง เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน
ตัวอย่างของเกษตรกรที่ประสพผลสำเร็จในการเข้าร่วมโครงการฟื้นฟูพื้นที่ที่ผ่านการเลี้ยงกุ้งจะลาดำ ของจังหวัดสมุทรสาคร คือ นายชิ้น ฟูกทรัพย์ และเป็นตัวอย่างของเกษตรกรที่ไม่ย่อท้อต่อความลำบาก ปรับเปลี่ยนพื้นที่ทิ้งร้างจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ ซึ่งพื้นที่บ่อกุ้งร้างนั้นเดิมมีปัญหาดินเค็มจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ เมื่อเกษตรกรจะหันมาปรับเปลี่ยนพื้นที่ เพื่อปลูกพืช ต้องใช้เวลานานและใช้ต้นทุนสูง ซึ่งกว่านายชิ้นจะปรับเปลี่ยนฟื้นฟูมาทำการเกษตรจนประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ได้นั้นไม่ง่ายเลยซึ่งความสำเร็จที่เห็นได้จนถึงทุกวันนี้ ก็ได้รับความช่วยเหลือจาก สถานีพัฒนาที่ดินสมุทรสาคร ที่ได้ริเริ่มโครงการดังกล่าวขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาฟื้นฟูปรับเปลี่ยนจากบ่อกุ้งร้าง แนะนำการปลูกพืชเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกร นั่นก็คือการปลูกมะพร้าวน้ำหอม สร้างรายได้ให้นายชิ้น กว่าเดือนละหมื่นบาท นอกจากจะปลูกมะพร้าว ที่สามารถสร้างรายได้แล้วนั้น พื้นที่บริเวณยกร่องสวนยังมีการปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน ทำให้ นายชิ้น ฟูกทรัพย์ ได้รับรางวัล จากการประกวดการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ครั้งที่ 11 ประเภทพื้นที่เชิงลาดแหล่งน้ำ/ไหลทาง อีกด้วย เป็นรางวัลของเกษตรกรผู้ที่ตั้งใจและมีใจรักในการปลูกหญ้าแฝก ที่เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ พื้นที่ของนายชิ้น เปิดเป็นแปลงสาธิต เพื่อให้เกษตรกรรายอื่นที่ตั้งใจจะปรับเปลี่ยนสามารถเข้ามาเรียนรู้ เยี่ยมชมแปลงสาธิตแห่งนี้ได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามสถานีพัฒนาที่ดินสมุทรสาคร ยังคงมุ่งหวังให้เกษตรกรในพื้นที่บ่อกุ้งร่าง หันมาปรับเปลี่ยนฟื้นฟู การปลูกพืชที่มีความเหมาะสมต่อสภาพพื้นที่ดินของตนเอง และขับเคลื่อนโครงการฟื้นฟูพื้นที่ที่ผ่านการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ จ.สมุทรสาคร ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรรายอื่นต่อไป