สมาคมขนส่งอีสาน​ จ่อปรับค่าขนส่งสินค้าอีก 10 เปอร์เซ็นต์​ หลังดีเซลพุ่งไม่หยุด​ โอดรัฐไม่จริงใจช่วยเหลือ

ข่าวทั่วไทย1 มิ.ย. 2565 • 16:49 น.
สมาคมขนส่งอีสาน​ จ่อปรับค่าขนส่งสินค้าอีก 10 เปอร์เซ็นต์​ หลังดีเซลพุ่งไม่หยุด​ โอดรัฐไม่จริงใจช่วยเหลือ

สมาคมขนส่งภาคอีสานจ่อปรับขึ้นค่าขนส่งอีก 10 เปอร์เซ็นต์ หลังราคาน้ำมันดีเซลปรับราคาแพงขึ้นไม่หยุด   ล่าสุดพุ่งทะลุ 32.94 บาท  และหากยังปล่อยขึ้นราคาเรื่อยๆ ก็จำเป็นต้องปรับขึ้นตามกลไกราคาน้ำมันเพื่อความอยู่รอด   โอดรัฐไม่จริงใจแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพงปล่อยผู้ประกอบการ และ ปชช.แบกรับภาระเอง 

          (1 มิ.ย.65)  สมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน ซึ่งมีผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกทั่วภาคอีสานมากกว่า 700 ราย รถบริการขนส่งสินค้ามากกว่า 10,000 คัน เตรียมปรับขึ้นค่าขนส่งสินค้าอีกร้อยละ 10 หลังจากที่คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติจะปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลอีกลิตรละ 1 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา  ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั้มอยู่ที่ลิตรละ 32.94 บาท ซึ่งแพงเป็นประวัติการณ์   และหากราคาน้ำมันยังคงปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าก็จำเป็นจะต้องปรับราคาค่าขนส่งตามภาวะกลไกราคาน้ำมันเช่นกัน   เพื่อความอยู่รอดของผู้ประกอบการ   เพราะแบกรับรับต้นทุนไม่ไหวเนื่องจากปัจจัยหลักของธุรกิจภาคขนส่งคือราคาน้ำมัน   

               นายสมคิด กิ่งกรดกลาง   เจ้าของ “บุรีรัมย์พนมรุ้งขนส่ง” ในฐานะนายกสมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน  ระบุว่า    หลังจากที่ กบน.มีมติปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันดีเซลเมื่อช่วงที่ผ่านมา   ผู้ประกอบการก็ได้ปรับขึ้นค่าขนส่งสินค้าเฉลี่ยร้อยละ 5- 10 เปอร์เซ็นต์​ มาแล้วรอบหนึ่ง    แต่รัฐก็ยังปล่อยให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นอีกอย่างต่อเนื่องจนล่าสุดเกือบลิตรละ 33 บาทแล้ว   ก็ทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน  จึงจำเป็นต้องปรับขึ้นค่าขนส่งอีกร้อยละ 10 เพื่อความอยู่รอด    เพราะแบกรับต้นทุนจากค่าน้ำมันที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่ไหว   เพราะนอกจากจะแบกรับภาระค่าน้ำมันแล้ว  ยังต้องดูแลพนักงานอีกหลายชีวิต   

                อย่างไรก็ตาม​ ก่อนจะปรับขึ้นราคาก็มีการพูดคุยกับห้างร้านต่างๆ ที่ใช้บริการก่อน  ซึ่งส่วนใหญ่ก็เข้าใจในสถานการณ์  แต่ก็อยากให้รัฐบาลเร่งหามาตรการช่วยเหลือตรึงราคาน้ำมันไม่ให้ปรับขึ้นอีก หรือหากเป็นไปได้ก็อยากให้ลดลงกว่านี้   เพราะนอกจากผู้ประกอบการจะเดือดร้อนแล้ว  ประชาชนผู้ใช้รถก็เดือดร้อนเป็นลูกโซ่ไปตามๆ กัน   ก็อยากให้รัฐบาลจริงใจในการแก้ปัญหาและช่วยเหลือประชาชนด้วย