ผบช.ภ.8 เยี่ยมเหยื่อส.ต.ท.ปืนโหด ยันดำเนินคดีผู้ก่อเหตุทุกข้อหา

ข่าวทั่วไทย24 ก.พ. 2564 • 06:40 น.
ผบช.ภ.8 เยี่ยมเหยื่อส.ต.ท.ปืนโหด ยันดำเนินคดีผู้ก่อเหตุทุกข้อหา
เมื่อเวลา 08.30 น. วันนี้ (24ก.พ.64) พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 พร้อมด้วย พล.ต.ต.นภัณต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8, พล.ต.ต.ภรศักดิ์ นวนหนู ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต, พ.ต.อ.สุจินต์ นิลบดี ผกก.สภ.ป่าตอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจนายอรุณ ทองพลับ อายุ 26 ปี พ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวชาวจังหวัดตรัง ซึ่งถูก ส.ต.ท.เทพ ชาญณรงค์ อายุ 25 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติพิเศษ สังกัด บก.สส.ภ.8 ใช้อาวุธปืนยิงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่ห้องไอซียู ตึกน้อมเกล้า โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โอกาสนี้ได้พูดคุยให้กำลังใจ พร้อมมอบเงินและกระเช้าให้กับครอบครัวโดยมีนางสาวกุลธิตา ชะนะนาน อายุ 25 ปี ภรรยาและนางนวลจันทร์ ทองพลับ มารดาของผู้บาดเจ็บ เป็นผู้รับมอบ โดยยืนยันว่าจะดำเนินการทุกอย่างตามกฎหมาย พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวภายหลังเข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บ ว่า ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้ได้รับบาดเจ็บ และต้องขอโทษสังคมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ประสงค์ที่จะให้มีตำรวจพฤติกรรมแบบนี้อยู่แล้ว และเมื่อวานนี้ (23 ก.พ.) ได้มีการประชุมอยู่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งในที่ประชุม ผบ.ตร.ได้แสดงความห่วงใยกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งนี้จากเหตุการณืที่เกิดขึ้นนั้นยืนยันว่า ในส่วนของ สภ.ป่าตอง จะมีการดำเนินคดีกับสิบตำรวจโทผู้ก่อเหตุทุกข้อหาโดยไม่มีการละเว้น ส่วนเรื่องวินัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 8 ซึ่งเป็นผู้บัญชาโดยตรง และอยู่ในอำนาจของท่าน ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว “การเดินทางมาครั้งนี้ นอกจากมาเยี่ยมให้กำลังใจแก่ผู้บาดเจ็บแล้ว ยังต้องการพบและพูดคุยกับทางญาติของผู้บาดเจ็บด้วย และโชคดีที่ได้เจอทั้งคุณแม่และภรรยา ซึ่งได้ให้ความมั่นใจและกำลังใจกับทางญาติ ว่าตนได้กำชับผู้รับผิดชอบไปแล้วว่า จะไม่มีการอะลุ่มอล่วยหรือช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้น และจะดำเนินคดีแบบตรงไปตรงมา จากที่ได้เข้าไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บ พบว่ายังคงอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยเริ่มรู้สึกตัว สามารถตอบโต้กับคุณหมอและภรรยาได้ แต่ยังไม่สามารถที่จะพูดได้” พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของความคืบหน้าทางคดีนั้น ขณะนี้ได้มีการสืบพยานไปแล้วหลายปาก คาดว่าจะส่งฟ้องศาลได้ในวันพรุ่งนี้ (25 ก.พ.) และได้มีการคัดค้านการประกันตัว ขณะที่นางสาวกุลธิดา ชะนะนาน อายุ 25 ปี ภรรยาผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ปกติสามีจะขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างอยู่ภายในซอยบางลาอยู่แล้ว เป็นที่รู้จักกันดีมักคุ้นกันดีและไม่เคยมีปัญหากับใคร ซึ่งที่ผ่านมาก็เตือนมาโดยตลอดว่าให้ระวังตัวด้วย เพราะเป็นย่านสถานที่บันเทิงไม่รู้ทราบใครเป็นใครซึ่งในวันเกิดเหตุเขาไปขายก๋วยเตี๋ยวแทนแม่ของตนซึ่งเจ็บตา และไม่คิดว่าจะเกิดเหตุขึ้น นางสาวกุลธิดา ยังอยากถามไปยังผู้ก่อเหตุว่า คุณพกปืนไปทำไม และคุณเป็นตำรวจ ไม่มีความรู้ด้านนี้เลยหรือ ขนาดตำรวจที่เขาจะวิสามัญคนร้ายเขายังต้องคิดแล้วคิดอีก แต่นี่คนไม่เคยรู้จักกันและไม่เคยมีเรื่องมีราวมีราวกันมาก่อน แล้วเขาทำผิดอะไรแค่เดินไปเก็บชามก๋วยเตี้ยว ต้องทำกันถึงขนาดนี้เลยเหรอ ยิงไม่พอยังมีการไปทำร้ายอีก ครั้งแรกหนูเข้าใจว่า อาจจะเป็นลูกหลง แต่เมื่อเห็นคลิปรู้สึกตกใจและโกรธมาก ยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ทางด้านนางนวลจันทร์ ทองพลับ มารดาผู้บาดเจ็บซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดตรัง กล่าวทั้งน้ำตา ว่า รู้สึกตกใจและเสียใจอย่างมากที่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น เพราะลูกชายของตนไม่เคยมีเรื่องกับใคร และเป็นเด็กที่ทำมาหากิน เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของครอบครัว นอกจากดูแลครอบครัวของเขาเองแล้ว ยังดูแลพ่อแม่อีกด้วย และจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากที่ผบช.ภ.8 จะเดินทางเข้าเยี่ยมอาการผู้ได้รับบาดเจ็บแล้ว ยังได้สั่งการให้สภ.ต่างๆนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความพร้อมมาบริจาคโลหิตเพื่อสำรองไว้ช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้ง สำรองไว้ช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่นๆ โดยในวันนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 35 นาย จาก 4 สภ.ในจังหวัดภูเก็ตเดินทางมาบริจาคโลหิต