กระทรวงท่องเที่ยวฯชูการท่องเที่ยวเกาะอย่างยั่งยืน 2567 เปิดสัมมนาชาวเกาะกระบี่หวังฟื้นรายได้ท่องเที่ยวอยู่ที่ 97,000 ล้าน 

ข่าวทั่วไทย7 มิ.ย. 2567 • 14:37 น.
กระทรวงท่องเที่ยวฯชูการท่องเที่ยวเกาะอย่างยั่งยืน 2567 เปิดสัมมนาชาวเกาะกระบี่หวังฟื้นรายได้ท่องเที่ยวอยู่ที่ 97,000 ล้าน 

วันที่ 7 มิ.ย.67 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับมอบหมายจากนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาชาวเกาะ "การท่องเที่ยวเกาะอย่างยั่งยืน 2567 : ผนึกพลังคุณค่า สู่มูลค่าใหม่ของเกาะไทย" โดยมี นายคุณากร ปรีชาชนะชัย คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ,  นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว,นางณัฐธยาน์ ผาสุข นายอำเภอเกาะลันตา ,นายสุรัตน์ จรณโยธิน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคีเครือข่ายเข้าร่วมที่ โรงแรม Southern Lanta Resort เกาะลันตา จ.กระบี่

โดย นายพลภูมิ กล่าวว่า การท่องเที่ยวเป็นจุดแข็งของประเทศไทย เนื่องจากเรามีประเพณี วัฒนธรรม รอยยิ้ม และที่สำคัญมีธรรมชาติ ที่สวยงาม โดยเฉพาะความสวยงามของท้องทะเลและเกาะต่างๆ ซึ่งเป็นจุดดึงดูดและจุดหมายปลายทางหลักของการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ได้มอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นหน่วยงานหลักในการผลักดันและขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของไทย โดยมีเป้าหมาย ให้เกิดการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2567 จำนวน 3.5ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการท่องเที่ยวภายในประเทศ 1.2 ล้านล้านบาท และรายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 2.3 ล้านล้านบาท

โดย จ.กระบี่ ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเที่ยว ปีที่ผ่านมา 2566 มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาทั้งหมด 3.8 ล้านคน แต่หากเปรียบเทียบกับปีนี้ เพิ่งผ่านไตรมาสแรกมาเพียงหนึ่งเดือน มีนักท่องเที่ยวที่มาเยือน จ.กระบี่แล้ว  2.3 ล้านคน แสดงให้เห็นว่า ปีนี้น่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวจังหวัดกระบี่มากขึ้นกว่าปีที่แล้วแน่นอน เช่นเดียวกับรายได้จากนักท่องเที่ยว เมื่อปี 2566 จ.กระบี่ มีรายได้รวม 52,000 ล้านบาท แต่ปีนี้ ตั้งแต่ต้นปี คือ ม.ค.-เม.ย มีรายได้ กว่า 27,000 ล้านบาท และคาดการณ์ว่า ตลอดทั้งปี จ.กระบี่ จะมีรายได้อยู่ที่  97,000 ล้านบาท หรือ ฟื้นตัวไม่น้อยกว่า 90% จากปี 2562 ก่อนเกิดสถานการ์ณโควิด-19 ซึ่ง จ.กระบี่ มีรายได้จากการท่องเที่ยว 112,000 ล้านบาท 

ทั้งนี้เนื่องจากปัจจุบันมีการบูรณาการการท่องเที่ยวร่วมกับพันธมิตรในพื้นที่และผลลัพธ์จากการส่งเสริมการท่องเที่ยวตลอดระยะเวลา 4 เดือนที่ผ่านมา(ม.ค.-เม.ย.) อาทิ งานอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ,งานสมโภช 152 ปี เป็นต้น ส่งผลให้ จ.กระบี่เติบโตด้านการท่องเที่ยวสูงมาก โดยอีก 8 เดือนที่เหลือ ทาง จ.กระบี่และททท.สำนักงานกระบี่ ได้วางแผนกลยุทธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวและจัดกิจกรรมตลอดทั้งปี โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเยือนประมาณ 5.8 ล้านคน แบ่งเป็นคนไทย 1.8 ล้านคนและชาวต่างชาติ 4 ล้านคน 

พร้อมกันนี้ นายพลภูมิ กล่าวต่อว่า หนึ่งในนโยบายหลักในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของไทย คือ การกระตุ้นการท่องเที่ยว เน้นการผลักดันเมืองรองให้น่าเที่ยว ควบคู่กับการให้ ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยทั้ง Hospitality และ Safety โดยต้องทำให้ นักท่องเที่ยวเชื่อมั่นว่า “เมืองไทยปลอดภัย” มาแล้วได้รับการดูแลเป็นอย่างดี อีกทั้งยังต้องเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย และปราบปรามการเอาเปรียบ หลอกลวง นักท่องเที่ยว เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทย ที่สำคัญอีกเรื่อง คือ Responsibility หรือความรับผิดชอบ ต้องทำให้การท่องเที่ยวนั้นยั่งยืน มีความ รับผิดชอบต่อการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเรื่องที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ และผู้ที่เกี่ยวข้อง กับการท่องเที่ยวก็ต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้ด้วย ซึ่งในปี 2567 ได้มีการนำเรื่องนี้ มาขับเคลื่อนให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยได้เน้นย้ำกับทุกส่วนงานให้พัฒนางาน ด้านการท่องเที่ยว ต้องเชื่อมโยงและคำนึงถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) และโมเดลเศรษฐกิจ BCG เป็นหลัก

สำหรับงานที่จัดขึ้นในครั้งนี้ ถือเป็นนิมิตหมายความร่วมมือที่ดีระหว่าง หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำเกาะ และองค์ภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ที่เห็น ความสำคัญในการพัฒนาเกาะ แหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติที่สำคัญ รวมทั้ง การยกระดับศักยภาพของบุคลากรในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกันระหว่าง ชาวเกาะ ให้มีมุมมองแนวทางการบริหารจัดการและพัฒนาเกาะของตนเอง ให้เป็น เกาะท่องเที่ยวที่ยั่งยืนต่อไป 

อย่างไรก็ตามงานดังกล่าวได้ตั้งเป้าให้ทุกหน่วยงานนำความรู้ ประสบการณ์ที่ได้ไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่เกาะของตนเอง เพื่อสร้างสมดุล ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และพัฒนาการท่องเที่ยวของไทย ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และมีความรับผิดชอบตามแนวโน้มที่เกิดขึ้นในอนาคตต่อไป 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสัมมนาดังกล่าว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 - 8 มิถุนายน 2567 ณ เกาะลันตา จ.กระบี่ เพื่อยกระดับความร่วมมือและเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์การท่องเที่ยวเกาะสู่การ พัฒนาอย่างยั่งยืนเสริมสร้างพลังและกลไกการพัฒนาการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับฐานทรัพยากรชีวภาพ เศรษฐกิจ สังคม วิถีและวัฒนธรรมชุมชนชาวเกาะ