บานปลาย!!ชาวนาคู่กรณียันตำรวจยิงจริง เหตุโกรธที่เผาหญ้าลุกลามไหม้ที่

ข่าวทั่วไทย28 ต.ค. 2565 • 12:11 น.
บานปลาย!!ชาวนาคู่กรณียันตำรวจยิงจริง เหตุโกรธที่เผาหญ้าลุกลามไหม้ที่

คืบหน้าตำรวจชั้นผู้น้อย ตัดพ้อผู้บังคับบัญชาไม่ช่วย ลั่นตำรวจฆ่าตำรวจกลางโรงพัก ล่าสุดชาวนาคู่กรณีเปิดใจ ยืนยันตำรวจยิงจริง   ส่วนสาเหตุมาจากที่ตนเองเผาหญ้าลุกลามไหม้ก๊อกน้ำตำรวจก่อนบานปลายขู่ชาวบ้านอีกหลายคน จนต้องรวมตัวแจ้งความเอาเรื่อวตำรวจ

จากกรณีที่โลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้เยแพร่ภาพคลิปที่ถ่ายโดย ส.ต.อ.อัษฏางค์ หรือโบ้ส อายุ 34 ปี ผบ.หมู่ คพส.สภ.เมืองไหม เผยแพร่ในโซเชียล และผู้บังคับบัญชา เห็นว่าไม่เหมาะสม มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั่น

ความคืบหน้าวันที่ 28 ต.ค.2565 ส.ต.อ.อัษฏางค์ หรือโบ้ส  อายุ 34 ปี ยอมรับว่า เป็นตำรวจสายตรวจประจำ สภ.เมืองไหม ถ่ายคลิปและพูดจาตามคลิปจริง ที่พูดเช่นนั้น เพราะไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากผู้บังคับบัญชา ในกรณีที่ครอบครัวมีข้อพิพาทกับนายบวร อายุ 43 ปี อยู่ม.1 บ้านโคกสี ต.โคกสี อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นชาวบ้านที่มีที่นาติดกับที่ดินของครอบครัว วางเพลิงเผาทรัพย์ ไฟลุกลามเข้ามาในที่ดินของครอบครัว ทรัพย์สินเสียหาย

เมื่อแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสภ.เมืองไหม ไม่รับแจ้งความ กลับรับแจ้งความจากชาวบ้าน จนตนเองถูกแจ้งข้อหาหนัก ข้อหา มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย,ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโคยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือชุมชน,ทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจโดยการขู่เข็ญ, ใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามโดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง นั้น

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบนายบวร  อายุ 43 ปี ที่บ้านพัก ในหมู่บ้านโคกสี ซึ่งนายบวร ได้นำก๊อกเปิดปิดน้ำประปาที่ยังติดอยู่กับท่อพีวีซี ที่มีรอยไหม้ติดอยู่มาให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมกับเปิดเผยว่า ช่วงเดือนมกราคม 2564 ช่วงฤดูทำนาปรัง จึงไปเตรียมพื้นที่ทำนา รื้อหญ้าและวัชพืชออกจากที่ดินที่ติดกับริทรั้วของครอบครัว ส.ต.อ.อัษฏางค์  เมื่อรื้อหญ้าออกแล้วจึงทำการเผาหญ้า ทำให้ไฟลุกลามไหม้เข้าไปในพื้นที่ที่ดินของบ้านตำรวจประมาณ 2 เมตร จึงรีบวิดน้ำในทุ่งนาเพื่อดับไฟ จากนั้นจึงรีบไปแจ้งให้น้องสาวของตำรวจ ที่ขายกาแฟอยู่ร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามให้รู้ว่า ทำไฟลุกลามเข้าในที่ดิน ไฟไหม้หญ้าและก๊อกน้ำประปา และจะทำการซ่อมแซมให้

“ ผมแจ้งให้ทางครอบครัวตำรวจทราบเรื่อง และพร้อมที่จะรับผิดชอบซ่อมให้  หลังจากแจ้งให้น้องสาวตำรวจทราบเรื่องแล้วก็รีบหายางรัด หาอุปกรณ์ไปซ่อมท่อประปาให้ ขณะที่ผมกำลังซ่อมท่อประปาอยู่นั้น ตำรวจกับน้องสาว ก็วิ่งมาหาที่จุดเกิดเหตุ ด้วยความโกรธ พร้อมกับชักอาวุธปืนสั้นออกจากกระเป๋าคาดเอว ยิ่งขู่ 1 นัด แล้วพูดต่อว่า ต้องซ่อมให้เสร็จไม่งั้นบ้านกูไม่มีน้ำใช้ จากนั้นก็มีเพื่อนบ้านที่ได้ยินเสียงปืนวิ่งมาดูผม และช่วยซ่อมท่อประปา แต่ถูกตำรวจใช้ปืนชี้หน้าข่มขู่ต่างๆนานา”นายบวร กล่าว



นายบวร  กล่าวต่ออีกว่า หลังซ่อมท่อประปาเรียบร้อย ถูกตำรวจเรียกไปพบที่สภ.เมืองไหม ซึ่งนอกจากตนและเพื่อนบ้านอีก 2 คนแล้ว  เพื่อนบ้านที่มีที่ดินติดกับที่ดินของครอบครัวตำรวจก็ถูกเรียกตัวไปด้วย  ทุกคนก็ให้ความร่วมมือ  เพราะคิดว่า พูดคุยกันในเรื่องที่เกิดขึ้น แต่พอไปถึงโรงพัก ครอบครัวตำรวจไม่คุยและไม่มีทีท่าอ่อนโยน ยืนยันจะดำเนินคดีและนำไปสู่ขบวนการชั้นศาล การพบกันและคุยกันจึงไม่จบ เพราะครอบครัวตำรวจยืนยันจะเอาเรื่อง  เมื่อกลับถึงบ้านจึงหารือกันในครอบครัวและเพื่อนๆ พร้อมใจกันเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับส.ต.อ.อัษฏางค์  ในกรณีที่ยิงปืนข่มขู่  จากนั้นทุกอย่างก็ไปตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยศาลรับฟ้องในคดีที่ตนเป็นโจทย์ฟ้อง ส.ต.อ.อัษฏางค์  ส่วนคดีที่ส.ต.อ.อัษฏางค์ ฟ้องตนในข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์นั้นศาลยกฟ้อง  คดีจึงเป็นที่สิ้นสุด และจบกันที่ชั้นศาล  ตนและครอบครัวก็เลิกทำนาแปลงดังกล่าวเพราะกลัวเรื่องความปลอดภัย และไม่อยากมีเรื่องกับตำรวจ  ถือว่าทุกอย่างจบกันแล้ว

"เห็นคลิปแล้ว เกิดความกลัว ไม่กล้าออกจากบ้านไปไหนเลย เพราะเป็นคำพูดที่น่ากลัว จึงขออยู่แต่ในบ้าน ไม่เกี่ยวข้องกันอีก ใครทำอะไรไว้ก็รับผลที่ตามมาของตัวเองไป เพราะตนและครอบครัวไม่เกี่ยวข้อง ข้อพิพาทที่มีต่อกันก็จบที่ศาลแล้ว ส่วนเรื่องที่ ส.ต.อ.อัษฏางค์ ยื่นอุทรณ์คดี ก็ถือเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับตน และคนในครอบครัว"นายบวร กล่าว