ร้อยเอ็ด ทอดผ้าป่าเงินกว่า 3.6 แสน พร้อมมอบทุนอุปการะแก่เด็กในพระราชูปถัมภ์ "กรมสมเด็จพระเทพฯ"
ร้อยเอ็ด ทอดผ้าป่าเงินกว่า 3.6 แสนบาท พร้อมมอบทุนอุปการะแก่เด็กในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทุกอำเภอ จำนวน 193 ทุนเป็นเงิน 193,000 บาท
วันนี้ 1 เม.ย.65 เวลา 10.00 น. ณ ศาลาวัดเหนือ อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด พระครูวิกรมธรรมธัช เจ้าอาวาสวัดเหนือ ประธานสงฆ์ นายเชวงศักดิ์ พลเยี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ประธานในกิจกรรมทอดผ้าป่า สมทบกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2565 โดยการดำเนินงานของ นายพิศ นันทพูนพิพัฒน์ พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด และคณะ พร้อมด้วยกลุ่มและองค์กร ร่วมทอดผ้าป่าในครั้งนี้ ได้เงินรวม 362,999 บาท เพื่อสมทบกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมภ์ฯ และมอบทุนจากผู้มีจิตศรัทธาเป็นทุนอุปการะแก่เด็กยากจนและด้อยโอกาส อายุตั้งแต่แรกเกิดถึงหกปี จำนวน 193 ทุนๆ ละ 1,000 บาท รวมเป็นเงิน 193,000 บาท(หนึ่งแสนเก้าหมื่นสามพันบาทถ้วน) เงินบริจาคที่เหลือจากการมอบทุนจะนำเข้าสมทบในบัญชี "กองทุนพัฒนาเด็กชนบทจังหวัดร้อยเอ็ด"โดยมอบทุนให้กับพัฒนาการอำเภอ ทุกอำเภอ เพื่อมอบต่อให้เด็กในพื้นที่อำเภอ ทุกอำเภอ ต่อไป
นายพิศ นันทพูนพิพัฒน์ พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวรายงานว่า.-กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชนได้จัดตั้งกองทุนพัฒนาเด็กชนบทตั้งแต่ปี พ.ศ.2522 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นกองทุนในการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการพัฒนาเด็กอายุแรกเกิดถึงหกปีที่ครอบครัวยากจนและด้อยโอกาส ต่อมาได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้ชื่อว่า "กองทุนพัฒนาเด็กชนบท ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งการดำเนินงานกองทุนพัฒนาเด็กชนบทฯ ประกอบด้วย กองทุนพัฒนาเด็กชนบทส่วนกลาง และกองทุนพัฒนาเด็กชนบทจังหวัด 76 จังหวัด และกองทุนได้จัดกิจกรรมทอดผ้าป่าเพื่อหารายได้ สมทบกองทุนฯ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค พร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 1 เมษายน ของทุกปี ซึ่งในปัจจุบันกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดร้อยเอ็ด มีเงินทุนรวมทั้งสิ้น 3,783,150.34 บาท (สามล้านเจ็ดแสนแปดหมื่นสามพันหนึ่งร้อยห้าสิบบาทสามสิบสี่สตางค์)
นายเชวงศักดิ์ พลเยี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ขอขอบคุณ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้นำกลุ่ม องค์กร และผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน และหวังว่าจะได้รับความกรุณาจากทุกๆ ท่าน ตลอดไปทุกๆ ปี โดยนำเงินที่ได้รับบริจาค ไปช่วยเหลือเด็กที่ยากจนและด้อยโอกาส ในชนบทนับเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยเหลือ และแบ่งเบาภาระของรัฐบาล โดยเฉพาะเด็กที่ยากจนและด้อยโอกาส เพื่อให้เด็กเหล่านี้ได้รับการพัฒนา ทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและ สติปัญญา เจริญเติบโต เป็นประชากรที่มีคุณภาพของประเทศชาติต่อไป