- โฆษณา -

นครพนมสูญรายได้หลาย10ล้านเหตุร้อนจัดกระทบหมู่บ้านค้าตุ๊กแกส่งออกจีนหายาก 

ข่าวทั่วไทย30 เม.ย. 2567 • 18:38 น.โดย ปิยพงศ์ โพชะราช
นครพนมสูญรายได้หลาย10ล้านเหตุร้อนจัดกระทบหมู่บ้านค้าตุ๊กแกส่งออกจีนหายาก 

นครพนมสูญรายได้หลาย 10ล้านเหตุอากาศร้อนจัดกระทบหมู่บ้านในอ.นาหว้า ค้าตุ๊กแกส่งออกจีน หายาก ขยายพันธุ์ช้า ซ้ำร้าย เกิดปัญหาเข้มงวด กระบวนการส่งออกยากขึ้น หลังประกาศควบคุมโรคติดต่อทางสัตว์ นายทุนหาย ไม่รับซื้อ ราคาตกเกินครึ่ง วอนรัฐบาล ช่วยเหลือการส่งออก ยืนยัน ค้าตุ๊กแก ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่กระทบสมดุลทางธรรมชาติ มีห้วงการล่าแค่ 3 -4 เดือน

วันที่ 30 เมษายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเศรษฐกิจการค้า ของหมู่บ้านอาชีพแปลก ในช่วงฤดูแล้ง ของชาวบ้านตาล ต.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม ถือเป็นหมู่บ้านอาชีพแปลกที่เดียวในไทย ทำอาชีพปริศนาส่งออกไปจีน เชื่อว่านำไปปรุงเป็นยาชูกำลัง ตามฤดูกาล มี อาชีพจับปลิงแปรรูป ส่งออกในช่วงฤดูฝน อาชีพแปรรูปไส้เดือนส่งออก ในช่วงฤดูหนาว และอาชีพจับตุ๊กแกแปรรูปส่งออกในช่วงฤดูร้อน มีเงินหมุนเวียนสะพัดในชุมชนปีละกว่า 100 ล้านบาท  โดยปีนี้ถือว่าอากาศร้อนจัด ได้ส่งผลกระทบต่ออาชีพล่าตุ๊กแกแปรรูปขาย เนื่องจากหายาก คาดว่ามาจากปัญหาระบบนิเวศน์เปลี่ยนแปลง ฝนตกน้อง กระทบห่วงโซ่อาหาร และปัญหาเรื่องการขยายพันธุ์ช้า รวมถึงไม่ออกมาหาอาหาร

- โฆษณา -

นอกจากนี้ยังได้รับผลกระทบจากขั้นตอนการส่งออก เนื่องจากหน่วยงานเกี่ยวข้องมีการเข้มงวดควบคุม การส่งออก ต้องมีการตรวจสอบ อนุญาตผ่านขั้นตอนการผลิต ที่ปลอดจากโรคระบาดทางสัตว์ ทำให้นายทุนไม่รับซื้อ ทำให้ราคาตุ๊กแกตกต่ำ และยังมีประเทศคู่แข่งมีการผลิตส่งขายไปจีน ทำให้รับออเดอร์จากไทย น้อยลง

สอบถามชาวบ้านยึดอาชีพแปรรูปตุ๊กแกส่งออก ในพื้นที่ บ้านตาล ต.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม ที่ยึดอาชีพแปรรูปตุ๊กแก มานานเกือบ 20 ปี ระบุว่า ปีนี้หนักสุด เจอปัญหาทั้งสภาพอากาศร้อนจัด หาตุ๊กแกยาก เชื่อว่าเกิดจากการขยายพันธุ์ช้า แต่ยืนยันว่า การล่าไม่กระทบกับวงจรชีวิต ไม่สูญพันธุ์ ส่วนใหญ่เป็นตุ๊กแกตามบ้านเรือน ไม่ใช่ตุ๊กแกป่า ที่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยจะรับซื้อจากนักล่า ทั่วอีสาน ทุกปีในช่วงฤดูร้อน ประมาณ 3 – 4 เดือน จากนั้นจะพักการจับมาแปรรูป เพื่อให้มีการขยายพันธุ์อีก 8 เดือน ยืนยันว่าไม่สูญพันธุ์ แต่สภาพอากาศ รวมถึงระบบนิเวศน์เปลี่ยนแปลงจึงหายากมากขึ้น

ล่าสุด มีปัญหาเกี่ยวกับขบวนการส่งออกจากประเทศไทย ไปจีน มีการเข้มงวดมากขึ้น  ทำให้นายทุน รับซื้อน้อยลง ราคาตก เพราะไม่มีคนซื้อ อีกทั้งมีคู่แข่ง จากประเทศ อื่น ทำให้ส่งออกขายยากมากขึ้น ทั้งนี้ ทางชาวบ้านวอนรัฐบาลไทย รวมถึงหน่วยงานเกี่ยวข้อง มาดูแลช่วยแก้ไขปัญหา เพราะเป็นอาชีพแปลกที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนมานานหลาย 10 ปี มีเงินหมุนเวียนสะพัด แต่มานี้เจอปัญหาหนัก บางรายต้องไปทำอาชีพอื่น ขายแรงงานต่างจังหวัด

สอบถาม นายจินดา  อายุ 52 ปี ชาวบ้านอาชีพแปรรูปตุ๊กแกส่งออก ชาว บ้านตาล ต.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม เปิดเผยว่า ปีนี้ประสบปัญหาหนัก ทั้งอากาศร้อนจัดหาตุ๊กแกยาก เชื่อว่ากระทบการขยายพันธุ์ ฝนตกน้อยมีผลต่อระบบนิเวศน์ ตุ๊กแกไม่มีแมลงกิน ปีนี้ราคาตกต่ำมาก รายได้หายเกินครึ่ง จากปกติตุ๊กแกสดซื้อราคา ตัวละประมาณ 50 -80 บาท ปีนี้รับซื้อแค่ประมาณตัวละ 20 -30 บาท โดยนำมาชำแหละเอาเครื่องในออก ก่อนนำไปขึงใส่ไม้แบบตากแห้ง ตามแบบภูมิปัญยาชาวบ้าน ปกติส่งขายตัวละ 100 – 150 บาท มาปีนี้ขายได้ตัวละ 50 -60 บาท จากเคยมีรายได้ปีละ 4-5 แสนบาท ต่อครอบครัว ปีนี้รายได้หายเกินครึ่ง บางรายต้องเลิกทำ หันไปรับจ้างต่างจังหวัด แต่ตนไม่อยากไปทำงานต่างถิ่น จึงต้องรับจ้างแปรรูตุ๊กแก ได้ค่าจ้างตัวละประมาณ 4 -5 บาทเท่านั้น จากนายทุน

ส่วน นางนุจรินทร์ อายุ 53 ปี เปิดเผยว่า จากปกติในช่วงฤดูร้อนตนจะมีรายได้จากการแปรรูปตุ๊กแกส่งออกไปจีน ปีละหลายแสนบาท ปีนี้ต้องเลิกทำ เพราะนายทุนเคยติดต่อค้าขายกันไม่รับซื้อ อีกทั้งมีราคาตกต่ำเกินครึ่ง จึงไม่คุ้มค่าแรงงาน จึงหันไปทำอาชีพอื่น รอการแปรรูปไส้เดือนช่วงฤดูหนาว อยากให้รัฐบาล หน่วยงานเกี่ยวข้อง มาดูแลช่วยเหลือ เกี่ยวกับ ขบวนการส่งออกที่ติดขัด มีการควบคุมมากขึ้น ทั้งที่ทำมาเป็นอาชีพสร้างรายได้ชุมชน มานานเกือบ 20 ปี แต่ต้องมีปัญหา อยากให้เห็นใจชาวบ้าน ที่เคยมีรายได้หมุนเวียนสะพัดในหมู่บ้านปีละหลาย 10 ล้านบาท ต้องสูญรายได้ไป ฝากรัฐบาลช่วยเหลื่อ เพราะเป็นอาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมาย ควรให้การสนับสนุน