ม.ราชภัฏโคราชจัดงาน “วิชาแพะ” วช.สนับสนุนทุนยกระดับ “แพะไทย สร้างความมั่นคงทางอาหาร” 

ข่าวทั่วไทย30 มิ.ย. 2566 • 11:44 น.
ม.ราชภัฏโคราชจัดงาน “วิชาแพะ” วช.สนับสนุนทุนยกระดับ “แพะไทย สร้างความมั่นคงทางอาหาร” 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มิถุนายน ที่โรงแรมดิอิมพีเรียลโฮเทล อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสมปรารถนา  สุขทวี รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดการประชุมวิชาการแพะแห่งชาติ ครั้งที่  โดยมี ดร.ศิวพร  แพงคำ ในฐานะประธานจัดกิจกรรมพร้อมศาสตราจารย์ ดร.ชคัตตรัย  รยะสวัสดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการและพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาและวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญการเลี้ยงแพะร่วมกิจกรรมเผยแพร่ผลงานวิจัย นำเสนอผลงานวิชาการ การถ่ายทอดแลกเปลี่ยนวิชาการและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการผลิตแพะรวมทั้งบรรยายพิเศษ “ฝ่าวิกฤตทิศทางอุตสาหกรรมแพะไทยสู่ความยั่งยืน” ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการเลี้ยงแพะและประชาชนที่สนใจกว่า 300 คน จากนั้นได้มอบโล่ให้ผู้ที่มีคุณูปการต่อวงการแพะไทยและชมการแสดงนิทรรศการด้านวิชาการ เทคโนโลยีและเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับปศุสัตว์  

 

รศ.ดร.สุชน  ตั้งทวีวิพัฒน์ ประธานผู้ทรงคุณวุฒิสภาการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า แพะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกนม เคี้ยวเอื้องขนาดเล็กมีกีบเป็นเขาคู่ เขากลวงสามารถปรับตัวในสภาพแวดล้อมต่างๆ กินอาหารหลากหลายชนิด ทั้งวัตถุดิบเศษเหลือจากการเกษตร อุตสาหกรรมและพืชหยาบคุณภาพต่ำ การเลี้ยงแพะพันธุ์เนื้อ พันธุ์นมในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยมุสลิมเลี้ยงในภาคใต้ตอนล่าง เพื่อการบริโภคและจำหน่ายรวมทั้งประกอบพิธีกรรมทางศาสนา การเลี้ยงแพะครบวงจรจำเป็นต้องพัฒนาอย่างยั่งยืนและเป็นฐานข้อมูลให้เกษตรกรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสม

 

 

 

ทั้งนี้ วช.สนับสนุนทุนให้กับนักวิจัยทั่วประเทศ เพื่อสร้างองค์ความรู้และคิดค้นงานวิจัยเพื่อยกระดับแพะไทย สร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2564-66 เวทีนี้จัดเป็นครั้งแรกโดยมีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เป็นเจ้าภาพเชิญนักวิชาการ ผู้ประกอบการเลี้ยงแพะมาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการที่ก้าวหน้าทันสมัยสามารถพัฒนางานวิจัยและกำหนดทิศทางที่ชัดเจนถือเป็นปัจจัยสำคัญให้เกิดการพัฒนาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากรุ่นสู่รุ่นในแต่ภูมิภาคและสอดคล้องกับปัญหาของเกษตรกร เพื่อกำหนดแนวทางการวิจัยให้ตรงกับปัญหาและทางออกได้ถูกต้อง รวมทั้งก่อให้เกิดประโยชน์ตรงตามความต้องการของเกษตรกรและส่งเสริมอาชีพให้มั่นคงต่อไป