รมว.คลัง รับฟังปัญหาวิสาหกิจฯกลุ่มสตรีเกษตรไม้ผลบ้านโหล่น รุกแก้หนี้สินหลังวิกฤตโควิด ทำส่งออกมะม่วงลดลง

ข่าวทั่วไทย4 มิ.ย. 2566 • 17:00 น.โดย วรากรณ์ วงษ์นรา
รมว.คลัง รับฟังปัญหาวิสาหกิจฯกลุ่มสตรีเกษตรไม้ผลบ้านโหล่น รุกแก้หนี้สินหลังวิกฤตโควิด ทำส่งออกมะม่วงลดลง

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.66 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นายนรินทร์ สมสะอาด ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. เดินทางไปยังอำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ เพื่อตรวจ เยี่ยมการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสตรีเกษตรกรไม้ผลบ้านโหล่น ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายธนาคาร ธ.ก.ส. โครงการแก้หนี้แก้จน ตามบริบทของพื้นที่ประวัติความเป็นมา เดิม สมาชิกชุมชนประกอบอาชีพพืชไร่เป็นหลัก ปี 2542 เริ่มรวมกลุ่มปลูกมะขามหวาน ปี2546 บริการรวบรวมมะขามให้แก่สมาชิก พร้อมเริ่มปลูกมะม่วง ปี 2548 เริ่มรวบรวมมะม่วง ปี 2549  อบต. นางแดด สร้างอาคารรวบรวม ให้เป็นที่ทำการกลุ่มข้อมูลการผลิตสมาชิก 74 ครอบครัว พื้นที่การผลิต 2000 ไร่ ตลาด ออกส่ง ประเทศเกาหลี อเมริกา รัสเชีย จีน และมาเลเชีย รวมถึงตลาดท้องถิ่น (เกรดรอง) จุดเด่นของมะม่วง ได้รับรอง GI สีสวย เปลือกหนา กลิ่นหอม รสชาติอร่อย ทุนในการดำเนินงาน หุ้นสมาชิก 2 ล้านบาท กำไรสะสม 2.5 ล้านบาท ผลการดำเนินงาน ปี 2565-2566 ผลผลิต 1,367 ตัน ยอดขาย 35.6 ล้าน ราคาเฉลี่ย 30.80 บาท /กก. โดยมีนายพรเทพ วัชกีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมินางยุภารัตน์ เนื่องจำนงค์ คลังจังหวัดชัยภูมิ นางศศิพิมล มงคล พาณิชย์จังหวัดชัยภูมิ นายศุภฤกษ์ น้อยสุวรรณ ปลัดอาวุโสอำเภอหนองบัวแดง และนายจักรภพ  ศรีสุวรนันท์  ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดชัยภูมิ พร้อมทีมงานให้การต้อนรับ

ด้านนางวิจิตร ขวัญหลาย  ที่ปรึกษา กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสตรีฯ บ้านโหล่น ต.นางแดด อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า การส่งออกช่วงปี 2553-2558 ผลผลิตมะม่วงและการสงออกดีมากถึง  70-80 % สร้างรายได้ในการส่งออกประมาณ1,800 ตัน มูลค่ากว่า 67 ล้านบาท เริ่มปี 2560-2566 หลังโควิดระบาด การส่งออกเริ่มลดลง เหลือประมาณ 1,300 ตัน (กก.20 บาท) รายได้ประมาณ 35 ล้านบาทหายไปครึ่ง ดังนั้นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสตรีเกษตรไม้ผลฯ จึงวอนให้ รมว.คลังช่วยหาแนวทางแก้ไขให้กับเกษตรกร ชาวสวนมะม่วงบ้านโหล่นด้วย  เพราะที่บ้านโหล่นเป็นหมู่บ้านที่ปลูกมะม่วงที่ขึ้นชื่อของจังหวัดชัยภูมิและประเทศไทย เพราะหลังจากเจอโควิด- 19 เล่นงาน ทำให้ผลไม้ ส่งออกไม้ได้แถมยังมีราคาตกต่ำ ทำให้กลุ่มต้องแบกรับภาระหนี้สินกว่า 12 ล้านบาท ยาวนานกว่า 4 ปี พร้อมเร่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเดินหน้าหาตลาดส่งออกให้แก่เกษตรกรโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง แบบยั่งยืนต่อไป