"หมออลงกต" ผงาดนั่ง ส.ส.ภท. ล้มแชมป์ พท. 13 สมัย ไม่หนักใจหากร่วมฝ่ายค้าน

ข่าวทั่วไทย20 มิ.ย. 2566 • 22:45 น.โดย ปิยพงศ์ โพชะราช
"หมออลงกต" ผงาดนั่ง ส.ส.ภท. ล้มแชมป์ พท. 13 สมัย ไม่หนักใจหากร่วมฝ่ายค้าน

วันที่ 20 มิ.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ความเคลื่อนไหวทางการเมือง หลังทาง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 4 เขต นอกจากความเคลื่อนไหว ของ พรรคเพื่อไทย กวาดที่ นั่ง ส.ส. ชนะการเลือกตั้ง ได้ 2 เขตเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งที่ 1 คือ ดร.ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 2 คือ ดร.มนพร เจริญศรี ส.ส. พรรคเพื่อไทย นอกจากนี้ ยังมีอีก 2 ที่นั่ง ส.ส. เป็นของ พรรคภูมิใจไทย ที่น่าจับตามอง คือ นายแพทย์ อลงกต มณีกาศ ส.ส. เขต 3 นครพนม พรรคภูมิใจไทย ที่เอาชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนท่วมท้น ล้มแชมป์ ผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย แชมป์เก่า คือ ดร.ไพจิต ศรีวรขาน อดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทย แชมป์ 13 สมัย ทำให้พรรคเพื่อไทย เสียแชมป์ ไป 2 ที่นั่ง ในเขตเลือกตั้งที่ 3 กับ 4 คือ นายชูกัน กุลวงษา ส.ส.เขต 4 พรรคภูมิใจไทย ทำให้ จ.นครพนม มีโอกาสที่จะมี ผู้แทนฝ่ายรัฐบาล 2 ที่นั่ง และเป็น ผู้แทนฝ่ายค้าน อีก 2 ที่นั่ง 

ทั้งนี้ ทางด้าน นายแพทย์ อลงกต มณีกาศ ส.ส. เขต 3 นครพนม พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า สำหรับการเลือกตั้งที่ผ่านมา ตนต้องขอกราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชน ชาว จ.นครพนม รวมถึงพี่น้องประชาชน ในเขตเลือกตั้งที่ 3 ที่ให้โอกาส เมตตา ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เชื่อว่าคะแนนเสียงทุกคะแนน ที่ได้ เป็นความเมตตาจากการทำงานทุ่มเท ลงพื้นที่ดูแลพี่น้องประชาชนมาตลอด และชาวบ้านสามารถพิสูจน์ได้ว่า ตั้งแต่ตนทำงานเป็น ส.ส. พรรคเพื่อแผ่นดิน หลังหมดวาระ ไม่ว่าจะมีตำแหน่ง หรือไม่มีตำแหน่ง ตนทำงานเต็มที่ในการลงพื้นที่ดูแล รับทราบปัญหาจากพี่น้องประชาชน โดยไม่เคยยึดติดอำนาจ หรืออิทธิพลทางการเมือง เพราะเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าจะอยู่พรรคไหน หากมีความจริงใจกับพี่น้องประชาชน สิ่งที่ตามมาประชาชนจะเกิดความเชื่อมั่นอย่างแน่นอน อีกทั้งตนยึดมั่นเสมอว่าจะต้องให้โอกาสทุกภาคส่วน ในการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนในการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นเก่า รุ่นใหม่ รัฐ เอกชน ทุกภาคส่วนสำคัญทุกฝ่าย ไม่ยึดติดฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด 

หมออลงกต กล่าวอีกว่า ถามว่าหนักใจหรือไม่ หากผลการจัดตั้งรัฐบาลออกมา ตนยืนยันว่าไม่หนักใจ ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน ฝ่ายไหน จะเป็นฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล  หรือตนจะเป็นฝ่ายค้าน ไม่กระทบการทำงานอย่างแน่นอน เนื่องจากตนเคยทำงานการเมือง เป็น ส.ส. มาก่อน สังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน เคยเป็นทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายร่วมรัฐบาลมาก่อน ทำให้มีประสบการณ์ทำงานร่วมกับทุกฝ่าย เพราะสำคัญคือการดูแลรับใช้ประชาชน เช่นเดียวกัน ถึงแม้ จ.นครพนม จะมี ส.ส. พรรคเพื่อไทย อีก 2 ที่นั่ง ล้วนเป็น ตัวแทนพี่น้องประชาชน  ที่เคยทำงานร่วมกันมาตลอด เพราะตนไม่เคยขัดแย้งกับใคร และไม่เคยยึดติดว่าจะเป็นฝ่ายไหน สำคัญที่สุดคือ การร่วมมือร่วมใจ และจะต้องสร้างลูกหลานเยาวชน คนรุ่นใหม่ มาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนา ส่วนประเด็นสำคัญ ในการพัฒนาตนมองว่า สำคัญที่สุดรัฐบาลชุดใหม่จะต้องแก้ปัญหาปากท้องมาเป็นอันดำแรก ส่วนปัญหาอื่น ต้องจัดลำดับความสำคัญ อย่างไรก็ตามตนพร้อมที่จะอาสารับใช้พี่น้องชาว จ.นครพนม  และมั่นใจว่าจะสามารถทำงานร่วมกับทุกพรรคได้อย่างแน่นอน