รมช.สาธารณสุขลงพื้นที่ตรวจความพร้อมโรงพยาบาลสนาม ในพื้นที่บางแก้ว

ข่าวทั่วไทย8 ส.ค. 2564 • 22:06 น.โดย สุทธิวิทย์ ชยุตม์วรกานต์
รมช.สาธารณสุขลงพื้นที่ตรวจความพร้อมโรงพยาบาลสนาม ในพื้นที่บางแก้ว
วันที่ 8 สิงหาคม 2564 เวลา 13.00 น. ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะ ได้เดินทางมาตรวจดูความพร้อมที่โรงพยาบาลสนามแสงแห่งใจ ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยวัดปลัดเปรียง ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ที่ใช้เวลาสร้างแล้วเสร็จในเวลาไม่ถึง 1 เดือน เป็นรูปแบบเต็นท์ขนาดใหญ่จำนวน 6 หลัง สามารถรองรับเตียงผู้ป่วยได้ทั้งสิ้น 450 เตียง เน้นผู้ป่วยระดับสีเขียว และสีเหลือง แต่หากพบอาการหนักขึ้น ก็มีโรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ รองรับ โดยทางโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิได้ขยายความจุห้องผู้ป่วย ICU เพิ่มอีก 60 ห้อง รวมเป็น 85 ห้อง เพื่อรับผู้ป่วยจากโรงพยาบาลสนามเข้ารักษาได้ทันท่วงที สำหรับโรงพยาบาลสนามแสงแห่งใจ เป็นความร่วมมือของภาคเอกชนที่ได้องค์กรที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาร่วมจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ได้แก่โรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ สนับสนุนอุปกรณ์และบุคลากรการแพทย์จากโรงพยาบาลในเครือ 11 แห่งทั่วประเทศ ส่วนการก่อสร้างได้ความร่วมมือจาก MQDC ระดมพันธมิตร ใช้โครงสร้างประกอบที่ทำให้ก่อสร้างเสร็จในเวลารวดเร็วแต่มั่นคง มีการแบ่งโซนเพื่อความปลอดภัยผู้ป่วยตามระดับอาการ ไม่ให้ปะปนกัน และมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ อาทิ หุ่นยนต์ 12 ตัว ส่งเวชภัณฑ์ และอาหาร ลดความเสี่ยงและความปลอดภัยบุคลากร รวมทั้งระบบเทเลเมดิซีน สื่อสารทางไกล ที่ยังช่วยประหยัดอุปกรณ์ป้องกัน พร้อมอุปกรณ์จำเป็นสำหรับผู้ป่วยที่ต้องใช้ระบบ Oxygen และเครื่องช่วยหายใจ ระบบกรองอากาศทางกลุ่มบริษัทอีอีซี เอ็นจิเนียริ่ง เน็ทเวิร์ค ได้ออกแบบและติดตั้งตามมาตรฐานสถานพยาบาล ระบบปรับอากาศทุกเตียงลมจากปลายเตียง แล้วดูดอากาศออกที่หัวเตียง ให้ประสิทธิ ภาพป้องกันความเสี่ยงการติดเชื้อทางอากาศ รวมทั้งกรองและฆ่าเชื้อในอากาศ โดยภายในโรงพยาบาลสนามแสงแห่งใจ ยังมีศูนย์รวมปันสุข จัดหาอาหารกล่องให้ผู้ป่วย ที่ยังช่วยให้ร้านอาหารรายย่อย 2,000 ร้าน มีรายได้หมุนเวียนกันไป และยังช่วยชุมชนมีอาหารอิ่มท้อง คิดเป็นจำนวนอาหาร 240,000 กล่อง ตลอด 4 เดือนนี้ ซึ่ง ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โรงพยาบาลสนามแห่งนี้จะเป็นโรงพยาบาลสนามที่มีศักยภาพสูง และก็สามารถที่จะรับทั้งสีเขียวและสีเหลืองและอาจะจึงสีส้ม ซึ่งเป็นความต้องการของสถานการณ์ในช่วงนี้โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการซึ่งเราก็ทราบดีว่ามีคลัสเตอร์อยู่หลายคลัสเตอร์และมีจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งตอนนี้รัฐบาลกำลังจะออกแบบในเรื่องของ CI Step-up Step-down ออกแบบในเรื่องของ HI ก็คือผู้ป่วยไม่มีอาการก็ไปที่ โฮมไอโซเลชัน ที่นี่ก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะแบ่งเบาสถานการณ์ ถ้าภาพร่วมเราสามารถที่จะเดินหน้าตามแผนได้ผลให้มากที่สุดเราก็คิดว่าตัวเลขที่มันเพิ่มขึ้นก็จะมีระยะเวลาหนึ่งที่จะผ่อนคลายลงมาได้ รวมทั้งการที่มาตรการที่รัฐบาลได้ออกไปแล้วในเรื่องการควบคุมการป้องกัน ในส่วนที่ยังเป็นปัญหาก็คือเรื่องเตียงสำหรับผู้ป่วยสีเหลืองสีแดงหรือบุคลากรอะไรจำพวกนี้ ถ้าเราสามารถกำหนดต้นทางโดยมาตรการ และในขณะนี้ตนเข้าใจว่ารถในกรุงเทพเริ่มน้อยลง เพราะฉะนั้นเราใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งและเราดูแลผู้ป่วยให้ได้ให้ปลอดภัยมากที่สุดตามรูปแบบต่าง ๆ ที่ถูกคิดและออกแบบมา ที่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือการมีส่วนร่วมกันทุกฝ่าย อย่างกรณีที่เกิดขึ้นที่แห่งนี้ ถ้าเป็นรัฐก็ต้อง ก็ต้องอาศัยสถานที่ ที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือค่าเช่า เช่นวัดหรือสถานที่มหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนต่าง ๆ แต่แห่งนี้ก่อสร้างขึ้นมาโดยใช้งบประมาณจำนวนมากซึ่งรัฐเองก็คงทำได้ยาก และมีโรงพยาบาลเอกชนมาสนับสนุนในเรื่องโอเปเล็ททั้งหมด และในเรื่องความปลอดภัยของผู้ติดเชื้อของคนไข้