หัวขโมย อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี สุดแสบฉวยโอกาสเจ้าของร้านขายของชำเผลอเปิดลิ้นชักขโมยทรัพย์สินหนีลอยนวล

ข่าวทั่วไทย4 ก.ค. 2564 • 23:33 น.
หัวขโมย อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี สุดแสบฉวยโอกาสเจ้าของร้านขายของชำเผลอเปิดลิ้นชักขโมยทรัพย์สินหนีลอยนวล
แม่ค้าร้านขายของชำชาว อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เข้าห้องน้ำไม่ถึง 5 นาที กลับออกมาพบลิ้นชักถูกเปิด ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบคนร้ายมาในคราบลูกค้าอาศัยช่วงเจ้าของร้านไม่อยู่ขโมยสิ่งของและเงินหลบหนีลอยนวล จากกรณีในสื่อสังคมออนไลน์ ได้ลงภาพวงจรปิดและข้อมูลว่า “โจรสุดแสบทำทีมาซื้อของ สุดท้ายก็แอบขโมยเงินในลิ้นชักเจ้าของร้านวอนตำรวจเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี วันที่ 1 ก.ค.64 เวลา 18.10 น. เกิดเหตุขโมยเงินภายในร้านขายของชำ ที่ร้าน "เจ้ดา บ้านเลขที่ 114 บ้านโนนวารี ม.9 ต.บ้านผือ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี โดยในเวลาดังกล่าวมีคนรายหนึ่งได้เข้าไปในร้านขายของชำแล้วเปิดลิ้นชักเก็บเงิน ซึ่งอาศัยจังหวะที่เจ้าของร้านเผลอ ได้ขโมยเงินที่อยู่ในลิ้นชักไปจำนวนหนึ่ง ในวันนี้ 3 ก.ค. 64 ทางเจ้าร้านขายของชำ "เจ้ดา" ได้เข้าแจ้งความกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี พร้อมได้ลงคลิปและขอเตือนภัยร้านค้า” วันที่ 4 ก.ค. 2564 เวลา 10.30 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ร้านขายของชำเลขที่ 114 บ้านโนนวารี ม.9 ต.บ้านผือ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี พบ น.ส.อนัญญา แวงคำ อายุ 48 ปี เจ้าของร้าน พร้อม นำภาพวงจรปิดที่บันทึกภาพคนร้ายขณะเข้ามาก่อเหตุ และนำไปดูโต๊ะทำงานที่คนร้ายได้ขโมยเงินและสิ่งของในลิ้นชักไป น.ส.อนัญญา เล่าว่า ในช่วงเย็นของวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา ตนเดินไปเข้าห้องน้ำ โดยปกติแล้วตนจะอยู่กับลูกและจะมีเพื่อนบ้านมานั่งเล่นด้วย แต่วันที่เกิดเหตุหน้าร้านไม่มีคนอยู่เฝ้า จากนั้นเมื่อตนเดินออกมาก็พบว่าลิ้นชักถูกเปิดออก ตนจึงตรวจสอบพบว่ากระเป๋าผ้า ซึ่งภายในมีกุญแจรถกระบะ 1 ชุด และ รถ จยย. 2 ชุด และกล่องใส่เงินทอนซึ่งมีธนบัตรและเหรียญ จำนวน 400 บาท หายไป ตนจึงได้สอบถามหลานที่เดินเลือกซื้อของ ว่ามีใครเข้ามาร้านก่อนหน้านี้ไหม ซึ่งหลานได้บอกว่ามีผู้ชาย ขี่ รถ จยย. สีแดง ออกไป ตนจึงได้ให้ช่างมาเปิดกล้องวงจรปิดพบว่าช่วงเวลาเวลาประมาณ 18.10 น. มีคนร้ายเป็นชาย รูปร่างสันทัด อายุประมาณ 40-50 ปี สวมเสื้อแขนยาวสีดำ นุ่งกางเกงขาสั้นสีเทา สวมหน้ากากอนามัยสีขาว ขี่ รถ จยย. แบบหญิงสีแดง มาจอดที่หน้าร้านแล้วเดินเข้ามา คล้ายจะมาซื้อของ แต่เมื่อสบโอกาสไม่เห็นใครอยู่ในร้าน คนร้ายจึงได้เดินมาบริเวณโต๊ะ แล้วดึงลิ้นชักโต๊ะออกมาหยิบกระเป๋าและกล่องใส่เงินทอน ก่อนที่จะเดินออกจากร้าน เมื่อเห็นว่ามีคนเดินเข้ามาที่ร้าน คนร้ายจึงได้รีบเดินไปที่รถแล้ว ขี่ รถ จยย. ออกไปอย่างรวดเร็ว ตนเห็นว่าเป็นทรัพย์สินมูลค่าไม่มากนักจึงไม่ได้แจ้งความ แต่เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา ตนจึงได้นำเรื่องนี้ไปปรึกษากับผู้ใหญ่บ้าน จึงได้คำแนะนำว่าควรจะแจ้งความเอาไว้เพื่อป้องกันคนร้ายไปก่อเหตุที่อื่นอีก ตนจึงได้ไปแจ้งความพร้อมนำคลิปภาพวงจรปิดและข้อความโพสต์เตือนภัยลงในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเตือนภัยร้านค้าภายในพื้นที่ให้ระวัง เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาตรวจสอบที่ร้านและนำภาพกล้องวงจรปิดไปเป็นเบาะแส เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.