พ่อค้าแม่ค้าช่องจอม วอน ครม.ใหม่ เร่งแก้ราคาพืชผลการเกษตร ช่วยรากหญ้ามีเงินใช้จ่ายคล่องส่งผลเศรษฐกิจชายแดนดี

ข่าวทั่วไทย2 ก.ย. 2566 • 18:50 น.โดย สุพรรณ ศรชัย
พ่อค้าแม่ค้าช่องจอม วอน ครม.ใหม่ เร่งแก้ราคาพืชผลการเกษตร ช่วยรากหญ้ามีเงินใช้จ่ายคล่องส่งผลเศรษฐกิจชายแดนดี

วันที่ 2 ก.ย.66 หลังจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้า แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่นั้น ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อสอบถามความคิดเห็นและความคาดหวังของประชาชน จากคณะรัฐมนตรี ในรัฐบาลชุดใหม่  ซึ่งพบว่าบรรยากาศภายในตลาดการค้าชายแดนช่องจอมเงียบเหงา  มีนักท่องเที่ยวบางตาแม้จะเป็นวันหยุดวันเสาร์ก็ตาม เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี ราคาน้ำมันแพงต่างๆ ทำให้การจับจ่ายใช้สอบฝืดเคือง ประกอบกับได้รับผลกระทบจากพิษโควิด-19 ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาอีกด้วย

นางสาวนัฐปภัสร์ จารัตน์ภรกุล อายุ 50 ปี เจ้าของร้านแอนด์ออโต้โฟน ซึ่งเป็นร้านขายอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ ที่ตลาดการค้าชายแดนช่องจอม กล่าวว่า ตนขอฝากถึงคณะรัฐมนสตรีและรัฐบาลชุดใหม่ ให้มองเห็นความสำคัญกับเศรษฐกิจชายแดน โดยเฉพาะที่ชายแดนช่องจอม ที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ย่ำแย่และโควิด-19 มาหลายปี  ทำให้การค้าขาย การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนเงียบเหงา ไม่ค่อยใช้จ่ายกันเหมือนยุคที่ราคายางพาราดีเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เพราะประชาชนมีเงินใช้จ่ายคล่องมือ  ก็อยากให้รัฐบาลใหม่ช่วยแก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็น ยางพารา ราคาข้าว ราคามันสัมปะหลัง ให้มีราคาสูงขึ้น  รวมทั้งราคาน้ำมันรถยนต์ต่างๆ  เพราะชาวบ้านแทบจะไม่กล้าขับรถออกจากบ้านกันแล้ว เมื่อราคาน้ำมันถูก ราคาพืชเกษตรดีขึ้น ชาวบ้านก็จะมีเงินเหลือที่จะใช้สอย ที่จะท่องเที่ยว จะส่งผลให้เศรษฐกิจดีตามไปด้วย

ด้านนายกมล ล้ออุดมย์ทรัพย์  อายุ 41 ปี พ่อค้าไก่ทอดหาดใหญ่ ข้างทางตรงข้ามตลาดการค้าชายแดนช่องจอม กล่าวว่า ตนก็อยนอยากให้รัฐบาลชุดใหม่ ให้ความสำคัญแก้ไขปัญหา เรื่องลดราคาน้ำมันพืช วัตถุดิบของสดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไก่ หมู  รวมทั้งน้ำมันรถยนต์ เพราะตอนนี้ของขึ้นทุกอย่าง แต่ตนก็จะเป็นต้องขายในราคาเดิม ยอมขาดทุนกำไรบ้าง เพราะเห็นใจประชาชนที่ต่างก็ลำบาก อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจชายแดน และให้มาดูที่ชายแดนช่องจอมนี้ด้วย อยากให้เศรษฐกิจกลับมาเป็นเหมือนเดิม

นายพัฒนา ชื่นยง ที่ปรึกษาสมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า  ตนก็คาดหวังว่าคณะรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดใหม่ จะมองเห็นถึงความสำคัญเรื่องเศรษฐกิจชายแดนช่องจอมแห่งนี้ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญเรื่องการการผ่อนปรนต่างๆเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน  ที่ประชาชนทั้ง 2 ประเทศ จะต้องมาทำมาค้าขายกัน ยกตัวอย่างเช่น ตั๊กแตนที่ชาวกัมพูชานำเข้ามาขาย ก็มีการห้าม ไม่ให้เอามาขาย  ให้ขายได้เฉพาะตัวที่ตายแล้ว จนชาวกัมพูชาต้องประท้วงที่หน้าประตูด่านช่องจอมเมื่อวานนี้ (1 ก.ย.66) เป็นต้น ทั้งที่จริงๆฤดูกาลตั๊กแตนก็จะหมดแล้วอีกไม่เกิน 1 เดือน ชาวกัมพูชาก็ได้ประโยชน์ ชาวไทยก็นำไปขายต่อก็ได้ประโยชน์ ก็อยากให้มีการอะลุ่มอล่วยซึ่งกันและกันมากกว่านี้ ฝากถึงรัฐบาลใหม่ ให้มองเห็นถึงความสำคัญของการผ่อนปรนตามแนวชายแดนด้วย