ท่าอากาศยานตรังร่วมกับจังหวัดฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินเต็มรูปแบบ
ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์การฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินเต็มรูปแบบท่าอากาศยานตรัง ประจำปีงบประมาณ 2566 ( Trang Airport Full Scale Emergency Exercise : TEMEX 2023 ) ณ ท่าอากาศยานตรัง เพื่อบูรณาการความร่วมมือการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินท่าอากาศยานร่วมกับแผนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ในจังหวัดตรัง เพื่อให้ผู้ปฏิบัติทุกหน่วยงานมีความรู้ความเข้าใจในหลักการ สามารถเตรียมความพร้อมเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่ถูกต้องและเกิดประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยสูงสุดได้ หากเกิดสถานการณ์จริง
ทั้งนี้ ท่าอากาศยานตรัง ทำการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินเต็มรูปแบบท่าอากาศยานตรัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 : TEMEX 2023 กรณีอากาศยานไถลออกนอกทางวิ่งและพบผู้บุกรุกเข้าพื้นที่เกิดเหตุ โดยสมมุติสถานการณ์สายการบินตรังแอร์ไลน์ เที่ยวบิน TA 470 แบบเครื่องโบอิ้ง 737-800 เดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมืองมายังท่าอากาศยานตรัง ได้รับสัญญาณเตือนเหตุเพลิงไหม้บริเวณเครื่องยนต์ นักบินแจ้งหอบังคับการบินตรัง เพื่อขอลงฉุกเฉิน ณ ท่าอากาศยานตรัง เจ้าหน้าที่หอบังคับการบินตรังแจ้งเหตุขอลงฉุกเฉินไปยังหน่วยดับเพลิงและกลุ่มความปลอดภัยผ่านทางวิทยุสื่อสาร เพื่อแจ้งสถานการณ์ฉุกเฉินและเตรียมความพร้อมเข้ารับการช่วยเหลือ
โดยแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอากาศยาน ดังนี้ ในอากาศยานมีนักบินและผู้ช่วย จำนวน 2 คน ลูกเรือ 4 คนและผู้โดยสาร 74 คน รวมทั้งหมด 80 คน มีน้ำมันเชื้อเพลิง 3,000 ลิตรและไม่มีสินค้าอันตราย จากนั้นได้เตรียมความพร้อม ณ จุดเตรียมความพร้อม ผู้อำนวยการท่าอากาศยานตรัง สั่งเตรียมความพร้อมในการเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน Emergency Operation centre : EOC เที่ยวบินดังกล่าวร่อนลงทางวิ่ง 08 เกิดเหตุลื่นไถลออกนอกทางวิ่งบริเวณตำแหน่ง F7 ตาม ( Grid Map ) และเกิดเพลิงลุกไหม้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าทำการเผชิญเหตุพร้อมกำหนดพื้นที่ปลอดภัยในการตั้งจุดต่างๆได้แก่ Correction Area จุดรวบรวมผู้ประสบภัย , Triage จุดคัดแยกผู้ประสบภัย และ Care Area จุดให้การดูแลผู้ประสบภัย
จากนั้น หน่วยกู้ภัยและดับเพลิงท่าอากาศยานตรังและหน่วยสนับสนุนจากภายนอก ร่วมกันดับเพลิงและควบคุมเพลิงได้ประมาณ 90% และได้รับอนุญาตให้ทีมกู้ภัยของท่าอากาศยานตรังและหน่วยงานสนับสนุนจากภายนอกเข้าค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบเหตุภายในอากาศยาน พบผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 4 คน บาดเจ็บติดอยู่ในกลุ่มควัน 15 คนและพบผู้เสียชีวิต 1 คน จึงช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บออกไปยังพื้นที่คัดแยกผู้ประสบเหตุ (Triage )เพื่อส่งไปดูแลและปฐมพยาบาล ณ จุด Care Area ส่วนยานพาหนะไปจอดรอรับการสั่งการในการ Refer ผู้บาดเจ็บไปยังโรงพยาบาล ณ จุด Transportation (Parking)
ส่วนเหตุการณ์ผู้บุกรุก ได้สมมุติสถานการณ์ให้ญาติผู้ประสบเหตุติดต่อสายการบินเพื่อขอรายละเอียดภรรยาและบุตรที่มากับอากาศยาน แต่ไม่ได้รับข้อมูล จึงโวยวายต่อเจ้าหน้าที่สายการบินภายในอาคารที่พักผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสนามบินเข้าระงับเหตุในชั้นต้น ญาติผู้ประสบเหตุจึงออกจากอาคารที่พักผู้โดยสาร ไปยังช่องทางประตูเข้า-ออกของเขตพื้นที่การบิน ที่ใช้เป็นเส้นทางเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อบุกรุก โดยมีมีดพกติดตัวเข้าไปด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกห้ามการเข้าถึงอากาศยาน เนื่องจากต้องการไปค้นหาญาติด้วยตนเอง ผู้บัญชาการ ศูนย์สั่งการ EOC ได้รับการยืนยันจากผู้สั่งการแต่ละด้าน จึงพิจารณาประกาศว่า ท่าอากาศยานตรังกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติและยกเลิกศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน ก่อนจัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนและประกาศยุติสถานการณ์การฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินเต็มรูปแบบ
สำหรับการฝึกซ้อมครั้งนี้ เป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 14 ว่าด้วยมาตรฐานสนามบิน ข้อ 982 , 994 และ 995 กำหนดให้สนามบินที่เปิดให้บริการสาธารณะ ต้องจัดทำแผนฉุกเฉินสนามบินเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินกรณีต่างๆ และต้องทำการฝึกซ้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินเต็มรูปแบบ (Full Scale Exercise) ตามแผนฉุกเฉินสนามบิน อย่างน้อย 2 ปีครั้ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับแผนฉุกเฉินท่าอากาศยานทุกหน่วย มีความรู้ ความเข้าใจ พร้อมปฏิบัติงาน ไม่เกิดความสับสน มีความรวดเร็วในการปฏิบัติงานช่วยลดความสูญเสียได้ อีกทั้ง สร้างความเชื่อมั่นให้กับสายการบินและผู้โดยสารที่มาใช้บริการท่าอากาศยาน