กระบี่ติดตามกรณีนายทุนบุกรุกอุทยานหมู่เกาะพีพี เตรียมประสานกรมที่ดิน-อุทยานฯดำเนินคดี   

ข่าวทั่วไทย24 พ.ค. 2566 • 12:12 น.
กระบี่ติดตามกรณีนายทุนบุกรุกอุทยานหมู่เกาะพีพี เตรียมประสานกรมที่ดิน-อุทยานฯดำเนินคดี   

วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 พลโท อนุชา สังฆสุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 พร้อมด้วยพลโท ภัทราวุฒิ ชุณหะวัน ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรส่วนกลาง ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดกระบี่  ติดตาม การแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี ท้องที่บ้านนาตีน หมู่ที่ 4 ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่  ได้เชิญหัวหน้าส่วนราชการในระดับจังหวัดที่เกี่ยวข้อง ให้ข้อมูลและผลการดำเนินในคดีนายทุนบุกรุกพื้นที่ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ตาราหมู่เกาะพีพี เนื้อที่กว่า 125 ไร่ เพื่อเป็นการทวงคืนผืนป่าของรัฐที่กรณีที่ถูกนายทุนและผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ขายผืนป่าให้กับนายทุนใหญ่ของประเทศ ให้กลับคืนมาเป็นของรัฐตามเดิม 


 
ทั้งนี้ พลโท อนุชา  ได้กล่าวว่าได้ทราบรายงานจากเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ว่าได้พบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอ่าวนางและป่าแหลมหางนาค ถูกบุกรุกแผ้วถางมีการนำต้นปาล์มน้ำมันและต้นมะพร้าว มาปลูกในพื้นที่ผืนป่าของอุทยานดังกล่าว รวม 5 แปลงเนื้อที่ 125 ไร่ 2 งาน32 ตารางวา หมู่ที่ 4 บ้านนาตีน ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ จึงได้ทำการตรวจยึดพื้นที่โดยไม่พบผู้กระทำความผิด และยังพบว่า พื้นที่ข้างเคียงยังถูกบุกรุกเพิ่มอีกอย่างต่อเนื่อง ไม่พบผู้กระทำความผิดเช่นเดียวกัน  และกรณี่ทาง บริษัทไอแลนด์ดีเวลลอปเมนต์จำกัด ได้นำเอกสารสิทธิ์มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่อุทยาน รวม 10 แปลง เนื้อที่ 16 ไร่ 2 งาน เดือนเมษายน 2565ทาง สำนักงานที่ดินจังหวัดกระบี่ ได้ถ่ายสารระบบที่ดิน หนังสือรับรองทำประโยชน์ น.ส. 3 ก. รวม 13 แปลงไว้ 

ต่อมาทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้แจ้งว่า การออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทั้ง 125 แปลง ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมายรายการที่ปรากฏในเอกสารสารระบบการออกเอกสารสิทธิ์ ไม่สอดคล้องต้องกันกับความเป็นจริง ที่มีอยู่จริง จากการตรวจพบในสารระบบการเอกเอกสารสิทธิ์ของที่ดิน มีความขัดแย้งกับข้อเท็จ โดยสิ้นเชิง เห็นควรต้องดำเนินคดีทางอาญา ตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินปี 2497 ขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ .ส. 3 ก. ทั้ง 10 แปลง  

โดย พลโท อนุชา  กล่าวอีกว่าขณะนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับเรื่องไปดำเนินการเป็นคดีพิเศษแล้ว  และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ นำเรื่องดังกล่าวไปสืบสวนสวนสวนต่ออีกด้วยละวันนี้ตนก็จะลงพื้นที่เพื่อตรวจดูสภาพจริงว่าได้มีการเข้าทำประโยชน์จริงหรือไม่

 

ด้าน พลโท ภัทราวุฒิ ชุณหะวัน ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรส่วนกลาง กล่าวด้วยว่า  เรื่องการบุกรุกที่ดินของรัฐบริเวณอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี ซึ่งเราพยายามผลักดันให้การดำเนินการทวงคืนที่ดินของรัฐกลับมา มีความคืบหน้าพอสมควรที่ดินแปลงนี้ได้ดำเนินการพิสูจน์ตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ มีการตรวจเช็คภาพถ่ายทางอากาศค่อนข้างชัดเจน แน่นอน ว่าเป็นที่ดินของรัฐ เพราะฉะนั้นการบุกรุกที่ดินของรัฐ เราก็จะนำที่ดินผืนนั้นกลับมาเป็นของรัฐ ให้ได้ ซึ่งเป็นการรักษาผลประโยชน์ของชาติ โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดและส่วนกลาง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องบูรณาการกัน ช่วยกันดำเนินการเรื่องนี้ 

อีกทั้ง พลโท ภัทราวุฒิ  กล่าวอีกว่า สาเหตุที่เรามาติดตามนั้นถ้าเราปล่อยไว้งานมันไม่คืบหน้า เพราะอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานก็แตกต่างกันไป ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ ดังนั้นกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน เป็นส่วนที่จะต้องประสานงานและบูรณาการมารวมทัพ แล้วก็ผลักขับเคลื่อนให้งานดำเนินการต่อได้