สลด! จยย.เคราะห์ร้ายเสียหลักล้ม ช่างโรงน้ำแข็ง ดับ 1 ราย
หลังเลิกงาน ช่างโรงน้ำแข็ง หนุ่มวัย 36 ปี ออกมาจ่ายกับข้าว เพื่อนำไปประกอบอาหาร ขณะขับรถจักรยานยนต์ใกล้ถึงที่พัก เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักล้ม ครูดบนพื้นถนนไกลร่วม 25 เมตร ก่อนร่างกระเด็น ศีรษะไปกระแทกเข้ากับโคนเสาไฟฟ้า เสียชีวิตคาที่ 1 ราย
เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2564 เวลา 18.20 น. พ.ต.ท.วีระพนธ์ ชัยอุดม สว.สส.(สอบสวน)สภ.เมืองระนอง รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักล้ม มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ออกนอกเมืองระนอง หลัก กม.606-600 บ้านพรรั้ง ม.3 ต.บางริ้น อ.เมืองระนอง จ.ระนอง พร้อมประสาน แพทย์ รพ.ระนอง และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิระนองสงเคราะห์ เข้าร่วมชันสูตรพลิกศพ
ในที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1กศ 2152 นครศรีธรรมราช ตกอยู่ในร่องระบายน้ำเกาะกลางถนน ใกล้กันพบร่างชาย รูปร่างท้วม นอนเสียชีวิตบนถนนใกล้เสาไฟฟ้าเกาะกลาง แผ่นหลังผิวหนังมีรอยถลอกกับพื้นถนน มีเลือดสดออกจากปากและจมูก นอนเสียชีวิตคาที่ โดยคราวแรกไม่ทราบว่าเป็นบุคคลใด ไม่มีใครรู้จัก และพบโทรศัพท์มือถือในสภาพพังเสียหาย หน้าจอแตก ไม่สามารถโทรออกได้ ตกอยู่ใกล้ตัว พลเมืองดีที่ประสบเหตุ จึงได้ร่วมกันนำซิมโทรศัพท์มือถือมาใส่โทรศัพท์ของตนเอง เพื่อตามหาญาติและคนที่รู้จักตามหมายเลขโทรศัพท์ที่บันทึกไว้ในซิมโทรศัพท์ ขณะสืบหาญาติ ได้มี เพื่อนร่วมงานที่อยู่ใกล้เคียงกับที่เกิดออกมา ยืนยันว่าตัวบุคคลผู้เสียชีวิตคือ นายรัตนะ ไพรัช อายุ 36 ปี ชาวไทย ภูมิลำเนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นช่างโรงน้ำแข็ง มารับจ้างติดตั้งระบบทำความเย็นในโรงน้ำแข็งแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ระนอง
จากการสืบสวนเบื้องต้น ทราบว่าหลังเลิกงาน ผู้เสียชีวิตได้ออกไปจ่ายกับข้าวที่ตลาดตามลำพัง เพื่อมาปรุงอาหารค่ำรับประทานร่วมกันกับเพื่อนร่วมงาน อีก 4 คน ระหว่างที่เดินทางกลับก่อนถึงที่พัก ซึ่งเป็นจุดยูเทิร์นรถ ใกล้ปั๊มน้ำมัน ประมาณ 100 เมตร พบร่องรอยรถจักรยานยนต์ล้ม และครูดบนพื้นถนน เป็นระยะทางยาวประมาณ 25 เมตร ก่อนร่างหลุดคนละทางกับรถจักรยานยนต์ ศีรษะไปกระแทกเข้ากับโคนเสาไฟฟ้าเข้าอย่างจัง กะโหลกด้านบนยุบ และกระดูกฐานสมองต้นคอหัก จึงทำให้เลือดสดไหลออกจากปากและจมูกจำนวนมาก เสียชีวิตคาที่
ร้อยเวรพนักงานสอบสวน ได้เก็บแผ่นป้ายทะเบียน รถบรรทุก ไม่ประจำทาง และโลโก้รถยนต์ส่วนบุคคล ที่ตกอยู่บนถนนห่างกับที่เกิดเหตุไปประมาณ 30 เมตร เพื่อพิสูจน์ทราบว่าเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุในครั้งนี้ด้วยหรือไม่ พร้อมร้องขอให้พยาน ที่ขับรถผ่าน หรือเห็นเหตุการณ์ในขณะเกิดเหตุ ช่วยให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายต่อไป