กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับเกษตรยโสธรพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นมาลัยข้าวตอก
ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมื่อวันที่ 11 ก.พ.68 ที่อำเภอมหาชนะชัยจังหวัดยโสธร กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร และสำนักงานเกษตรอำเภอมหาชนะชัยร่วม จัดเวทีชุมชนพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรเพื่อเสริมสร้างอัตลักษณ์พื้นถิ่นและเสริมสร้างคุณค่าเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (มาลัยข้าวตอก) ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ประจำปีงบประมาณ 2568
โดยนายอำนาจ ยงยืนเกษตรอำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร เปิดเผยว่ากิจกรรมพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นและนวัตกรรมด้านการเกษตรเพื่อเสริมสร้างอัตลักษณ์พื้นถิ่น เพื่อค้นหาองค์ความรู้ภูมิปัญญาการทำมาลัยข้าวตอก และแนวทางการพัฒนา รวมถึงการเชื่อมโยงประเพณีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและวิถีชีวิต ซึ่งมีทั้งโอกาสในการต่อยอดภูมิปัญญาจากผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญของคนไทยคือข้าว ทั้งในแง่ของการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบต่างๆการเชื่อมโยงการท่องเที่ยว รวมถึงปัญหา และความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้น อาทิเช่น วิธีป้องกันผลิตภัณฑ์ข้าวตอกจากมอด โดยการจัดเวทีในครั้งนี้มีบุคลากรจากวิทยาลัยชุมชนยโสธร ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และปราชญ์ชาวบ้าน ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิด เพื่อพัฒนาคุณภาพมาลัยข้าวตอกให้มีความคงทนตามสภาพที่ยาวนาน รวมถึงแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์มาลัยข้าวตอกให้มีความหลากหลายตามกระแสนิยมมากยิ่งขึ้น
สำหรับ มาลัยข้าวตอก ถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรอันทรงคุณค่าของชาวอำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีการใช้เมล็ดข้าวเปลือก ข้าวเหนียว นำมาคั่ว ในหม้อปั้นดินเผา จนเมล็ดพองแตก เรียกว่า "ข้าวตอก" แล้วนำมาร้อยเรียงเป็นมาลัยสายยาวที่สวยงาม โดยเปรียบแทน "ดอกมณฑารพ" อันเป็นดอกไม้ทิพย์แห่งสรวงสวรรค์ แล้วจัดขบวนแห่ไปถวายเพื่อเป็นพุทธบูชาเนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชา ซึ่งเป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวอีสานที่สืบทอดต่อกันมาเฉพาะในอำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธรแห่งนี้ เท่านั้น
โดยในปีที่ผ่านมาสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอมหาชนะชัย ได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้มาลัยข้าวตอก ณ วิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงฟ้าหยาดพัฒนา ตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร เพื่อเป็นจุดถ่ายทอดความรู้ ประชาสัมพันธ์และสืบสานภูมิปัญญามาลัยข้าวตอกที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชน และวัฒนธรรมให้คงอยู่อย่างยั่งยืน