คาดคดีฆ่าปาดคอเจ๊แดงม่ายสาวแคบลง หากผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ออกมาครบ
คืบหน้าฆ่าปาดคอเจ๊แดงม่ายสาว
หลังจากที่ทีมตำรวจชุดสืบสวนโดยการนำของ พ.ต.อ.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ ผกก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.4 ได้ลงมาปฏิบัติงานควบคุมของตำรวจชุดสืบสวน ซึ่งขณะนี้ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าปาดคอเจ๊แดงม่ายสาวเจ้าของร้านขายของชำ”ร้านจอยแอนโอเว่น”ในกลางหมู่บ้านป่งไฮ หมู่ที่ 1 ต.ป่งไฮ อ.เซกา จ.บึงกาฬ เหตุเกิดเมื่อเช้าตรู่ของวันอาทิตย์ที่ 3 ก.ค.ผ่านมานั้น
เมื่อเวลา 15.00 น.ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.ท.อดุลย์ ฉิมทับ รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.บึงกาฬ ว่าขณะนี้ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยในหมู่บ้าน มีทั้งเยาวชนผู้ติดยาเสพติดและตำรวจรายหนึ่งยศนายดาบตำรวจใน สภ.ป่งไฮ ซึ่งเป็นสนิทคนหนึ่งกับผู้ตายมาสอบสวนหาแบะแสร่องรอยฆาตกรรมม่ายสาว รวมแล้วขณะนี้ 18 คนที่เป็นผู้ต้องสงสัย ซึ่งต่อมาทราบว่านายตำรวจรายนี้ชื่อว่าด.ต.ชัยวัฒน์ แสนสุด หรือดาบโจ้ ผบ.หมู่ ป.ทำหน้าที่พนักงานวิทยุ ประจำห้องสื่อสาร สภ.ป่งไฮ ขณะเวลาทำงานไม่ยอมลงมาจากโรงพัก เพราะทราบว่ามีผู้สื่อข่าวรอสัมภาษณ์อยู่ด้านล่าง จนเวลาเลิกงานจึงได้เดินลงมา กลุ่มผู้สื่อข่าวจึงแห่เข้าไปสัมภาษณ์ โดยอ้างว่าตัวเองบริสุทธิ์ ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการตายของเจ๊แดงแต่อย่างใด และไม่ได้ไปบ้านผู้ตายนานแล้ว ซึ่งก็ขัดกับความเป็นจริง เพราะมีคนเห็นไปมาหาสู่กันบ่อย จนมีกระแสข่าวออกมาว่าเมีย ด.ต.ชัยวัฒน์ แสนสุด จะจ้างหย่าเป็นจำนวนเงินถึง 5 แสนบาท และจะนำเงินส่วนนี้มาแต่งกับผู้ตาย เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกระแสข่าวประเด็นนี้สร้างความฉุนเฉียวไม่พอใจเป็นอย่างมากและแสดงออกทั้งท่าทางวาจาและสีหน้าอย่างชัดเจน ซึ่งผู้สื่อข่าวก็พยายามพูดปลอบใจให้ใจเย็น เพราะเป็นช่องทางเดียวที่จะได้บอกกับสังคมให้หายสงสัยในตัวเราได้ ก่อนขึ้นรถออกจากโรงพักกลับบ้าน ด.ต.ชัยวัฒน์ แสนสุด ผบ.หมู่ ป.ทำหน้าที่พนักงานวิทยุ ประจำห้องสื่อสาร สภ.ป่งไฮ ถูกผู้สื่อข่าวรบเร้าถามเรื่องความสัมพันธ์กับเจ๊แดง พยายามนิ่งอึ้งอยู่สักพักว่าจะตอบอย่างไรดี สุดท้ายยอมปริปากรับว่าตัวเองมีความสัมพันธ์กับเจ๊แดงม่ายสาวผู้ตายจริง แต่ยืนยันความบริสุทธิ์ในคดี พร้อมพิสูจน์ความจริงทุกอย่าง
นายสมหมายหรือต่ายหรือนายอ้วน (สงวนนามสกุล)อายุ 40 ปีชาวบ้านบ้านเดียวกันกับผู้ตาย เป็นผู้ต้องสงสัยรายที่ 16 เป็นผู้มีส่วนกับกลุ่มผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติดในหมู่บ้าน และมีรูปร่างท้วมคล้ายคนในกล้องวงจรปิด ซึ่งเดินผ่านกล้องเมื่อเวลา 01.50 น.ของเช้าวันที่ 3 ก.ค.หลังถูกสอบทั้งวันทั้งคืนผ่านมา ล่าสุดปฏิเสธว่าภาพตามคลิปไม่ใช่ตน และรอยข่วนแดงที่แขนและใบหน้าก็ไม่เกี่ยวกับเหตุฆาตกรรมแต่อย่างใด อ้างว่าวันเกิดเหตุไปนอนกับภรรยาอยู่ในพื้นที่ อ.พรเจริญ ที่มีพื้นที่ติดกัน ซึ่งไม่ได้ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีแต่อย่างใด หลังสอบสวนเสร็จ ร.ต.อ.อดิศักดิ์ เหนือโพธิ์ทอง พนักงานสอบสวนได้ควบคุมผู้ต้องทั้งหมดรวมทั้งนายสมหมายด้วย ไปส่งศาลจังหวัดบึงกาฬ ในคดียาเสตติดอีกคดีหนึ่งด้วย
พ.ต.ท.อดุลย์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนผลการตรวจ DNA ตามขบวนการนิติวิทยาศาสตร์นั้น จะทราบผลภายในอาทิตย์หน้า เพราะมีเส้นผมของฆาตกรที่ผู้ตายคว้าติดมืออยู่กระจุกหนึ่ง และเศษเนื้อในเล็บด้วยผู้ตายระหว่างการต่อสู้กับคนร้ายก่อนจะถูกปาดคอเสียชีวิต แต่ผลตรวจรอยเท้าเปื้อนเลือดที่ขึ้นบันไดไปยังชั้น 2 และเข้าไปค้นหาของมีค่าในห้องนอนผู้ตาย พบว่าเป็นรอยเท้าเล็กคล้ายรอยเท้าของผู้หญิงและเป็นหญิงที่อายุยังไม่มากนัก ขณะนี้กำลังตรวจไล่ดูกล้องวงจรปิดอีก 7 ตัวตามร้านค้าและส่วนราชการที่ตั้งอยู่ใกล้เคียง เพื่อตามหาแบะแสของฆาตกรใจเหี้ยมกลุ่มนี้ ยอมรับว่าขณะนี้คดีนี้ขอบเขตของคดีกว้างพอสมควร แต่หากผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ส่งไป พฐ.ภาค 4 ออกมาได้ครบหมดทุกอย่างก็จะแคบลง
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า แหวนที่ผู้ตายสวมใส่ที่ว่าหายไป 2 วงนั้น วันนี้ได้ตรวจพบตกอยู่ใต้โซฟาที่พบศพเจ๊แดง ซึ่งเป็นที่แปลกมากอย่างหนึ่งคือวันพบศพหลายคนก็ค้นหาแล้ว และวันถัดมา นายธนวัฒน์ พอพาน อายุ 20 ปี ลูกชายผู้ตายได้ทำพิธีจุดธูปเทียนบอกกล่าวดวงวิญญาณให้แม่รับรู้และไม่ต้องเป็นห่วง เพราะว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมเร่งตามล่าฆาตกรแล้ว คาดว่าจะได้ตัวนำมาลงโทษเร็วๆ นี้ หลังจากนั้นก็ช่วยกันหาทั้งส่องไฟก็ไม่พบอะไร แต่มาวันนี้พบแหวน 1 วงตกอยู่ใต้โซฟา ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก.