นภอ.ป้ายแดง ชูศาสตร์พระราชาบริหารจัดการน้ำ แก้แล้ง-น้ำท่วมทั้งระบบ 

ข่าวทั่วไทย3 ก.ย. 2565 • 16:22 น.โดย จันทนา กูรีกัน
นภอ.ป้ายแดง ชูศาสตร์พระราชาบริหารจัดการน้ำ แก้แล้ง-น้ำท่วมทั้งระบบ 

อำเภอมะนัง เป็น 1 ใน 7 อำเภอของจังหวัดสตูล เป็นพื้นที่ไกลตัวเมืองใหญ่  อยู่บนพื้นที่ป่าภูเขา ธรรมชาติ และชาวบ้านส่วนใหญ่ทำการเกษตร ปลูกปาล์ม ยางพารา และผลไม้สวนผสม รายได้หลักมาจากภาคเกษตร  แต่ยังขาดการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ นายรอมดอน หะยีอาแว นายอำเภอมะนัง อายุเพียง 35 ปี เป็นนายอำเภอที่ดูแลรับฟังความทุกข์ร้อนของชาวบ้านทุกพื้นที่  เดินหน้าตั้งใจแก้ปัญหาน้ำ ทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม โดยใช้ศาสตร์พระราชาเป็นทางนำ ผลักดันการทำฝาย และการทำธนาคารน้ำใต้ดินให้ครอบคลุมทั้งอำเภอกว่า 6,000 ครัวเรือน

นายรอมดอน หะยีอาแว นายอำเภอมะนัง นำจิตอาสาอำเภอมะนัง พร้อม พระครูโสภณปัญญาสาร เจ้าคณะอำเภอมะนัง เจ้าอาวาสวัดนิคมพัฒนาราม ผัง 7 ลงพื้นที่บ้านป่าพน หมู่ 6 ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล ร่วมกันทำฝายชะลอน้ำ โดยจิตอาสาช่วยกันนำกระสอบทราย และนำหินในลำห้วยส่งต่อๆกันมากั้นเป็นฝายชะลอน้ำไว้ อย่างร่วมแรงร่วมใจ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง และน้ำท่วม

ขณะเดียวกัน ได้ลงติดตามเกษตรกรในพื้นที่อำเภอมะนัง ที่ทำธนาคารน้ำใต้ดินในพื้นที่สวนผลไม้ สวนปาล์ม ซึ่งให้ผลตอบรับอย่างดี ผลผลิตออกก่อนกำหนด ลดต้นทุนเรื่องน้ำ

นอกจากนี้ นายอำเภอมะนัง ยังสั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องที่นำร่องทำธนาคารน้ำใต้ดินทุกครัวเรือน โดยนายรอมดอน หะยีอาแว กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยของเราได้ส่งเสริมทุกอำเภอน้อมนำศาสตร์พระราชามาแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยให้ทั้ง 878 อำเภอ นำศาสตร์พระราชามาแก้ปัญหา  อำเภอมะนังของเราจึงนำเรื่องธนาคารน้ำใต้ดินโดยเป็นหนึ่งในศาสตร์พระราชา มาส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนทุกครัวเรือน ทำธนาคารน้ำใต้ดินซึ่งจะเป็นการเก็บน้ำในครัวเรือนตัวเองเพื่อพืชผลทางการเกษตร

จุดแข็งสำคัญของอำเภอมะนัง คือเป็นเกษตรกรส่วนใหญ่ จุดอ่อนคือไม่มีน้ำใช้เมื่อเรานำธนาคารน้ำใต้ดินมาใช้ก็ทำให้พืชผลทางการเกษตรได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม มีตัวอย่างให้เห็นจากเกษตรกรชาวสวนปาล์ม มีรายได้เดือนละ 10,000 บาท เมื่อทำธนาคารน้ำใต้ดินขึ้นลดรายจ่ายเรื่องน้ำ และมีผลิตผลเพิ่มขึ้นด้วย อำเภอมะนังจึงกลายเป็น1 อำเภอนำร่องจาก 18 อำเภอทั่วประเทศ ที่น้อมนำศาสตร์พระราชามาใช้ในการแก้ปัญหาของพื้นที่

เรากำลังรณรงค์ให้ทำทุกครัวเรือนทั้ง 6,000 ครัวเรือน  ตอนนี้ทำได้ประมาณ 1,000 กว่าครัวเรือนแล้วกำลังรณรงค์เพื่อทำเรื่อยๆซึ่งเกษตรกรที่เป็นเกษตรกรขนาดใหญ่พอจะทำในพื้นที่ตัวเองโดยร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกภาคส่วนต่างๆเราไม่ใช้งบประมาณในการทำงานแต่เราใช้วิธีการร่วมมือกันของพี่น้องชาวอำเภอมะนัง 

สำหรับพื้นที่อำเภอมะนัง มีป่าไม้ร่มรื่น มีน้ำฝน 3,000 มิลลิเมตรต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณน้ำฝนจำนวนมาก แต่ปัญหาที่สำคัญก็คือปัญหาเรื่องน้ำเช่นเดียวกัน  สิ่งสำคัญที่นี่คือขาดการบริหารจัดการน้ำที่ดี เราจึงนำศาสตร์พระราชามาขับเคลื่อนในการบริหารจัดการแก้ปัญหาโดยการทำฝ่ายชะลอน้ำเพื่อให้มีน้ำใช้ตลอดในฤดูแล้ง 

นางยุพา รักชุม เกษตรกรสวนผสม อ.มะนัง กล่าวว่า หลังทำธนาคารน้ำใต้ดิน ต้นไม้จะโตไวเมื่อก่อนไม่มีน้ำเมื่อฝน แล้ง 3 วันก็ต้องมาเปิดน้ำรดต้นไม้ทุกวัน  แต่ตอนนี้ถ้าฝนแล้งประมาณ 15 วันหรือ 20 วันก็ไม่ต้องมารดน้ำแล้ว  เพราะว่ามันจะชุ่มชื้นอยู่ตลอด เหมือนช่วงนี้ถ้าไม่มารดน้ำใบมันจะเหี่ยวแต่ตอนนี้ไม่ต้องรดใบก็สดเพราะใต้ดินเก็บน้ำไว้ตลอด   ตรงนี้ได้แนวคิดมาจากพระอาจารย์เป็นคนแนะนำให้มาขุดตอนแรกก็ไม่ค่อยเชื่อไม่อยากขุด สักเท่าไหร่แต่พระอาจารย์ก็พยายามให้ขุดมาช่วยสนับสนุนมาขุดให้ดูบ้าง ก็เลยต้องขุดผลผลิตก็ดีทุเรียนก็ออกนอกฤดูจะออกก่อน ปกติจะออกเดือนมีนาคมแต่ในปีนี้จะออกธันวาคมรุ่น 1 และไปออกมกราคมอีกรุ่นหนึ่ง พื้นที่ 10 กว่าไร่  ตรงนี้ขุดไว้ประมาณ 30 บ่อจะขุดรอบบนไม่ได้ขุดด้านล่างน้ำมันจะไหลลงไปเอง 

ด้าน พระครูโสภณปัญญาสาร เจ้าคณะอำเภอมะนัง เจ้าอาวาสวัดนิคมพัฒนาราม ผัง 7 กล่าวว่า ในพื้นที่ของอำเภอมะนัง โดยปกติแล้วจะเป็นภูเขาเป็นควน การปลูกพืช ไม่ว่าจะปลูกปาล์มหรือปลูกยางหรือไม้ผลเวลาฝนตกก็ดี น้ำจะไหลลงไปทางผิวดินลงคลองหมด  มันไม่ลงลึกเพียงพอกับต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยงในแต่ละวัน  ระบบธนาคารน้ำใต้ดินการขุด 1 เมตรคือความลึกที่ 1 เมตร พอดีกับรากของต้นไม้ที่ลงลึก เมื่อฝนตกน้ำก็จะลงในหลุมมันจะซึมไปใต้ดินเพราะใต้ดินมีโพรงอากาศซึมไปรัศมี 50 เมตร  สามารถเลี้ยงต้นไม้ได้เลย 1 หลุมสามารถรับน้ำฝนได้ 3,000 ลิตร  ต่อฝนตก 1 ครั้ง

ปัญหาของการปลูกต้นไม้ทำการเกษตรบนเขาบนเนินระบบธนาคารน้ำใต้ดินจะมีประโยชน์มากโดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งเป็นดินลูกรังแข็งมันจะช่วยหล่อเลี้ยงต้นไม้ที่ปลูกให้มีความสมบูรณ์ไม่ตาย สำคัญที่สุดก็คือลดต้นทุนในเรื่องของการดูดน้ำการนำน้ำมารดต้นไม้  เหมือนช่วงหน้าแล้งเราดูดน้ำมาใส่น้ำธนาคารน้ำใต้ดินเต็มหลุมมันจะเลี้ยงต้นไม้ได้ประมาณ 10-15 วัน แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้อาจจะต้องลดวันเว้นวันโดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งเป็นเนินแบบนี้ตรงนี้มันจะช่วยลดต้นทุนให้กับพี่น้องชาวสวนหรือเกษตรกรได้ดีที่สุด   สำคัญที่สุดก็คือเพิ่มมูลค่าผลผลิตที่เกิดขึ้น 2-3 เท่าตัวอย่างแปลงนี้ปีที่แล้วขายทุเรียนได้ 10,000 บาท แต่ปีนี้หลังจากทำธนาคารน้ำใต้ดินต้นทุเรียนอุดมสมบูรณ์ให้ผลเยอะขายได้ 70,000 บาท เพิ่มขึ้นมา 6 เท่าตัว ตรงนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ