หมอขอนแก่นแนะปชช.เฝ้าสังเกตอาการฝีดาษลิง ผิดปกติรีบพบแพทย์เข้ารับการรักษาทันที
หมอขอนแก่นแนะประชาชน เฝ้าสังเกตอาการ หากผิดปกติรีบพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาทันที พร้อมระบุหากต้องเดินทางไปในประเทศกลุ่มเสี่ยงโรคฝีดาษลิง ต้องปฎิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
วันที่ 27 ก.ค.2565 เวลา 09.00 น.ที่ รพ.ขอนแก่น ราม อ.เมือง จ.ขอนแก่น พญ.โชติกา ณ ระนอง อายุรศาสตร์โรคติดเชื้อ รพ.ขอนแก่น ราม กล่าวว่า ยังคงเน้นย้ำและขอความร่วมมือชาวขอนแก่น และประชาชนทั่วไปปฎิบัติตามคำแนะนำตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ภายหลังจากที่พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโรคฝีดาษลิง รายแรกที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งขณะนี้แนวทางการสอบสวนโรคและการปฎิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขนั้น ทุกฝ่ายได้ดำเนินการอย่างเข้มงวดแล้ว ขณะที่ชาวขอนแก่นก็ต้องระวังตนเองและหากพบอาการต้องสงสัยหรืออาการบ่งชี้ของโรค ว่าจะเป็นเป็นไข้ที่มีลักษณะอาการแบบไข้หวัดใหญ่ ครั้งเนื้อครั้นตัว ปวดหัว มีผื่นขึ้นตามร่างกาย จนเป็นตุ่มแดง นูน จนกลายหนอง ขอให้รีบพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจรักษาทันที
สำหรับผู้ที่มีประวัติสัมผัสกับคนไข้ หรือประวัติสัมผัสกับกลุ่มเสี่ยงต่างๆขอให้เปิดเผยประวัติกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อให้การรักษานั้นเป็นไปอย่างรัดกุม ตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ซึ่งขณะนี้การรักษาเกี่ยวกับโรคฝีดาษลิงนั้นยังคงเป็นการรักษาตามอาการ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสวมใส่หน้ากากอนามัยการ ล้างมือด้วยน้ำสะอาด น้ำยาฆ่าเชื้อโรคหรือเจลแอลกอฮอล์ การเว้นระยะห่าง การรับประทานอาหารแบบไม่รวมกลุ่มกัน และการใช้ใช้ช้อน ส้อม หรือพาชนะต่างๆร่วมกันก็จะสามารถที่จะป้องกันโรคต่างๆได้
พญ.โชติกา กล่าวต่ออีกว่า สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปในประเทศกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะกลุ่มประเทศในทวีปแอฟริกา ที่จะต้องตรวจสอบข้อมูลและการเดินทางเข้าประเทศปลายทางที่ถูกต้องและเข้มงวด ซึ่งขณะนี้วัคซีนในการรักษาโรคฝีดาษลิง หรือวัคซีนป้องกันนั้นอยู่ในช่วงขอการพัฒนาและวิจัย ดังนั้นคำเตือนหรือประกาศต่างๆที่ประเทศปลายทาง หรือกระทรวงสาธารณสุขของไทยได้กำหนดไว้ จะต้องปฎิบัติตามอย่างเคร่งคัด เนื่องจากโรคฝีดาษลิงนั้นมีระยะฝักตัวประมาณ 7-21 วันจึงจะแสดงอาการ ดังนั้นแม้ขณะนี้ยังคงไม่มีรายงานการแพร่ระบาดในไทย นอกจากการตรวจพบผู้ป่วยที่ จ.ภูเก็ต จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ชาวขอนแก่น นั้นปฎิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์และปฎิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวดด้วย