ตัวแทนชาวบ้านหนองรีร้องขอความเป็นธรรมไม่ให้รื้อศูนย์เรียนรู้ศิลปะชุมชนด้านเทศบาลยันบุกรุกที่สาธารณะต้องปฏิบัติตามกฏหมาย

ข่าวทั่วไทย20 ส.ค. 2567 • 16:45 น.โดย ขวัญชัย หาญประโคน  
 ตัวแทนชาวบ้านหนองรีร้องขอความเป็นธรรมไม่ให้รื้อศูนย์เรียนรู้ศิลปะชุมชนด้านเทศบาลยันบุกรุกที่สาธารณะต้องปฏิบัติตามกฏหมาย

ตัวแทนชาวบ้านหนองรี  อ.นางรอง  จ.บุรีรัมย์  ร้องขอความเป็นธรรมไม่ให้รื้อศูนย์เรียนรู้ศิลปะชุมชน  หลังเทศบาลแจ้งความตัวแทนชาวบ้านที่เป็นจิตอาสาสอนศิลปะให้เด็ก เยาวชน กล่าวหารุกที่สาธารณะ  เจ้าตัวยันทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมไม่ใช่ส่วนตัวหากจะรื้อไม่ควรเลือกปฏิบัติ  ด้านเทศบาลแจงชุมชนไม่ได้ขอใช้ประโยชน์แต่เป็นตัวบุคคลบุกรุกก็ต้องดำเนินการตามหน้าที่และ กม.      

วันที่ 20 ส.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ตัวแทนชาวบ้านบ้านหนองรี  ต.นางรอง    อ.นางรอง  จ.บุรีรัมย์  ได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรม   หลังมีหมายบังคับคดีมาปิดไว้ที่ศูนย์เรียนรู้ศิลปะชุมชนหนองรี   โดยระบุข้อความว่า  “ให้ทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างอาคารและป้ายออกไปจากที่ดิน  ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เลขที่ 14388 ที่ดินเลขที่ 1 ระวาง 5538/6218  บ้านหนองรี  ม.1  ต.นางรอง  อ.นางรอง  จ.บุรีรัมย์ และให้จำเลย คนงาน  ผู้รับจ้าง   ผู้แทนและบริวารของจำเลยออกไปจากที่ดินดังกล่าว” 

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ นายรุ่ง   ชาวบ้านในชุมชนที่ตกเป็นจำเลยถูกกล่าวหาว่าบุกรุกที่สาธารณะ   ให้ทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกภายในวันที่ 25 ส.ค.67  ที่จะถึงนี้    ซึ่งตัวแทนชาวบ้านต่างยืนยันว่าศูนย์การเรียนรู้ศิลปะชุมชนหนองรีดังกล่าว   ใช้ประโยชน์เพื่อส่วนรวม  ไม่ได้เป็นของนายรุ่ง  ตามที่ถูกกล่าวหา  เพียงแต่นายรุ่ง  เป็นจิตอาสาที่ช่วยสอนเกี่ยวกับศิลปะให้กับเด็กนักเรียน และเยาวชนเท่านั้น    จึงไม่อยากให้มีทำการรื้อถอนศูนย์เรียนรู้ชุมชนแห่งนี้   เพราะมองว่าเป็นประโยชน์กับคนในชุมชน และลูกหลาน 

ด้าน นายรุ่ง  ที่ถูกกล่าวหาว่าบุกรุกที่สาธารณะ  บอกว่า  ตนเป็นชาวบ้านในชุมชนที่ทำอาชีพเกี่ยวกับศิลปะอยู่แล้ว   มีนักเรียน และเยาวชนอยากเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะก็เข้ามาหาก็เลยอาสาสอนให้ฟรี  โดยศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ไม่ได้เกิดจากตนเพียงคนเดียวแต่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้าน   ไว้สำหรับเป็นสถานที่เรียนรู้แก่เด็กเยาวชน  โดยที่ตนมีความรู้ด้านนี้ก็ทำหน้าที่เป็นจิตอาสาช่วยสอนให้ฟรี   ก็ทำมาตลอดเกือบ 20 ปี   สิ่งที่ทำก็เพื่อประโยชน์แก่ส่วนรวมไม่ใช่ส่วนตัวไม่ได้จะยึดครองเป็นของตนเอง  และเพื่อความสบายใจเมื่อปี 2563  ก็ได้ทำหนังสือมอบศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ให้กับชุมชน   แต่จู่ๆ มีหมายบังคับคดีให้รื้อถอนศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ก็รู้สึกเสียใจ  มองว่าไม่มีความเป็นธรรมและเลือกปฏิบัติเพราะมีศาลาหลังอื่น และสิ่งปลูกสร้างอื่นที่รุกล้ำที่สาธารณะเหมือนกันทำไมไม่ถูกรื้อ  

ขณะที่นายบุญเลี้ยง  ทองประภา   อดีตประธานชุมชนหนองรี และนางทองหล่อ   อายุ 80 ปี ชาวบ้านในชุมชน   บอกว่า  หากศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้เป็นประโยชน์แก่ชุมชน และสังคม  โดยเฉพาะลูกๆ หลานๆ  ก็มองว่าไม่ควรจะรื้อถอน    หากเป็นไปได้ก็อยากให้หน่วยงานภาครัฐมาส่งเสริมต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน และสังคมมากกว่าที่รื้อถอนออก   ยืนยันว่าศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ไม่ใช่ของนายรุ่ง   แต่เป็นของชุมชนที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน  แต่เขาเป็นจิตอาสาที่ช่วยสอนด้านศิลปะให้กับเด็กๆ เท่านั้น ก็อยากฝากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้พิจารณาด้วย  

จากการสอบถามนายมาโนช  ตันเจริญ  นายกเทศมนตรีเมืองนางรอง   ให้ข้อมูลว่า   จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าศูนย์การเรียนรู้ชุมชนแห่งนี้   นายรุ่ง   ซึ่งเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านเป็นคนดำเนินการก่อสร้างสำหรับใช้ประโยชน์ส่วนตัว  แล้วพอถูกแจ้งความดำเนินคดีจึงทำเอกสารยกศูนย์เรียนรู้ดังกล่าวให้เป็นของชุมชน  ซึ่งเป็นเอกสารที่ทำขึ้นเอง  โดยอดีตผู้นำชุมชนที่เสียชีวิตไปแล้วและชาวบ้านบางคนที่เซ็นชื่อในเอกสาร ก็อาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าที่ดินบริเวณนั้น  นายรุ่ง  มีสิทธิ์สามารถส่งมอบหรือยกให้ชุมชนได้   แต่จริงๆ แล้วตามข้อกฎหมาย   ประชาชนหรือบุคคลใดไม่มีอำนาจที่จะยกที่ดินสาธารณะประโยชน์ให้กับใคร    เพราะไม่ได้มีสิทธิ์ในที่สาธารณะอยู่แล้ว    เมื่อมีการร้องเรียนมายังเทศบาลก็ได้ทำการตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกจริง  ก็ต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่   โดยได้มีการแจ้งความที่ สภ.นางรอง  เมื่อปี 2562  จากนั้นอัยการมีคำสั่งฟ้องนายรุ่ง  ซึ่งเป็นจำเลยในคดี  และศาลจังหวัดนางรอง  ได้ตัดสินเมื่อปี 2563  ว่า “จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 9 (1) และมาตรา 108 ทวิวรรค 2  ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และให้จำเลย คนงาน  ผู้รับจ้าง   ผู้แทนและบริวารของจำเลยออกไปจากที่ดิน 

ภายหลังจากศาลตัดสิน เมื่อปี 2563 ทางเทศบาลก็ได้ส่งหนังสือถึงนายรุ่ง  ที่เป็นจำเลย ให้ดำเนินการตามคำพิพากษาศาล  โดยส่งหนังสือไป 3 – 4 ครั้ง   แต่ก็ไม่ได้มีการรื้อถอนตามคำสั่งศาล  กระทั่งเมื่อเดือน เม.ย.2567   ทางเทศบาลเมืองนางรองจึงได้ทำเรื่องร้องขอให้บังคับคดีออกหมายบังคับคดีตามคำพิพากษาศาล   โดยมีกำหนดให้รื้อถอนภายในวันที่ 25  ส.ค.67  แต่หากยังเพิกเฉยไม่ทำการรื้อถอน  ก็ต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนกระบวนการต่อไป