ปลัดกระทรวงเกษตรฯลงพื้นที่ตรวจโครงการประตูระบายน้ำในลำน้ำปิง

ข่าวทั่วไทย10 ส.ค. 2565 • 15:34 น.
ปลัดกระทรวงเกษตรฯลงพื้นที่ตรวจโครงการประตูระบายน้ำในลำน้ำปิง

สำนักงานชลประทานที่ 1  ให้การต้อนรับ ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ลงพื้นที่ตรวจราชการภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ณ โครงการประตูระบายน้ำในลำน้ำปิง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

วันที่ 10 สิงหาคม 2565 เวลา 13.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายสุดชาย  พรหมมลมาศ  ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 พร้อมด้วย  นายวุฒิชัย  รักษาสุข รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 นายณัฐวุฒิ  นากสุก  ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรม  นายอภิวัฒน์  ภูมิไธสง  ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา นายจรินทร์  คงศรีเจริญ  ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่  นายอัธยา  อรรณพเพ็ชร  ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอุดมธารา  นายนพดล  น้อยไพโรจน์  ผู้อำนวยการโครงการก่อสร้างสำนักงานชลประทานที่ 1 นายอานนท์  อินทร์ประสาท ผู้อำนวยการศูนย์อุทกวิทยาภาคเหนือตอนบน จังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าฝ่าย และข้าราชการในสังกัด ให้การต้อนรับ ดร.ทองเปลว  กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายชาตรี  บุญนาค ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ เขต 15 และ 18 พันจ่าเอกประเสริฐ  มาลัย ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ เขต 13 และ 16 นายประกอบ  เผ่าพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ เขต 14  นายสัญญา  แสงพุ่มพงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ เขต 2  นายสุรเดช  สมิเปรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ เขต 1  โดยมี เกษตรและสหกรณ์จังหวัดภาคเหนือ 17 จังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดภาคเหนือ ณ ประตูระบายน้ำในลำน้ำปิง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

ขณะที่ ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจราชการโครงการประตูระบายน้ำในลำน้ำปิง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ และหัวหน้าส่วนราชการกระทรวงเกษตรฯ ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เข้าร่วม ว่า ปัจจุบันโครงการประตูระบายน้ำในลำน้ำปิง สามารถควบคุมการเปิดปิดบานระบายน้ำด้วยระบบอัตโนมัติที่เชื่อมโยงกับข้อมูลปริมาณน้ำ และสามารถระบายน้ำได้สูงสุด 1,200 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งมีค่าความปลอดภัยคิดเป็น 1.5 เท่า ของอัตราการระบายน้ำสูงสุดของลำน้ำปิงเมื่อขุดลอกปรับแต่งลำน้ำทั้งด้านเหนือและด้านท้ายประตูระบายน้ำ ที่ 800 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งช่วยบรรเทาปัญหาการเกิดอุทกภัยในเขตเมืองเชียงใหม่ ที่สร้างความเสียหายต่อพื้นที่ย่านธุรกิจการค้าและพื้นที่พักอาศัย

โดยมีพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำท่วมประมาณ 44,400 ไร่ ประกอบด้วยพื้นที่ฝั่งตะวันออก 37,300 ไร่ และพื้นที่ฝั่งตะวันตก 7,100 ไร่นอกจากนี้ ประตูระบายน้ำดังกล่าวฯ ยังทำหน้าที่ส่งน้ำให้กับฝายท่าศาลา พื้นที่กว่า 10,000 ไร่ ฝายหนองผึ้ง พื้นที่ 5,200 ไร่ และฝายวังตาล พื้นที่ 8,100 ไร่ และยังบรรเทาปัญหาน้ำเสียในแม่น้ำปิง โดยการระบายน้ำเสียและตะกอนที่ตกทับถมอยู่บริเวณท้องน้ำให้ไหลไปทางด้านท้าย เป็นการถ่ายเท และหมุนเวียนน้ำ ทำให้คุณภาพในแม่น้ำปิงดีขึ้น เกษตรกรสามารถกลับมาทำประมงได้อีกครั้ง

ทั้งนี้ ในช่วงระหว่างเดือนสิงหาคม ถึงเดือนพฤศจิกายน 2548 เกิดอุทกภัยจากภาวะน้ำในแม่น้ำปิงเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมตัวเมืองเชียงใหม่ จำนวน 5 ครั้ง ส่งผลให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่โดยเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2548 หลังจากเกิดน้ำท่วมครั้งที่ 1 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานพระราชดำริ ณ วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในเรื่องปัญหาน้ำท่วมที่จังหวัดเชียงใหม่ ความว่า..โดยสภาพลำน้ำแม่ปิง มีการบุกรุก และลำน้ำแคบ นอกจากนั้นยังมีฝายหินทิ้งเป็นระยะๆ ทำให้น้ำไหลไม่สะดวก จะต้องปรับปรุงสภาพลำน้ำให้โล่ง และทำอาคารบังคับน้ำหรือประตูระบายน้ำที่ฝายแทน เพื่อให้น้ำไหลสะดวกในฤดูฝน และสามารถยกน้ำไปใช้ในการเกษตรได้ในฤดูแล้ง

จากพระราชดำริข้างต้น ส่งผลให้เกิดมาตรการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตตัวเมืองเชียงใหม่และเขตใกล้เคียงขึ้น โดยโครงการประตูระบายน้ำในลำน้ำปิง เป็นหนึ่งในสามของมาตรการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2549 โดยมีการก่อสร้างอาคารประตูระบายน้ำ ควบคุมระดับน้ำอัตโนมัติ บันไดปลาโจร และอาคารท่อส่งน้ำปากคลองจำนวน 3 แห่ง ส่งน้ำให้กับพื้นที่ส่งน้ำฝายท่าศาลา ฝายหนองผึ้ง และฝายท่าวังตาล

ดังนั้น ดร.ทองเปลว กล่าวว่า วันนี้นอกจากตนได้ลงพื้นที่มาตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโครงการประตูระบายน้ำในน้ำปิงแล้ว ยังตั้งใจมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ที่ปฏิบัติราชการอยู่ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยเฉพาะหลังการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ได้เห็นการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เป็นไปอย่างดีเยี่ยม ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านอีกครั้ง