สสจ.ระนอง'คิ๊กออฟ'พัฒนาทักษะและเสริมพลังผู้นำระบบสุขภาพปฐมภูมิ
สสจ.ระนอง นำ 46 ผอ.รพ.สต ในจังหวัดระนอง มาเรียนรู้ พัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ปฐมภูมิ ให้เข้มแข็ง โดยมุ่งเน้นการปรับกระบวนทัศน์ในการบริหารงาน รู้จัก เข้าใจ ฐานของชุมชน ในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ที่ต่อเนื่องและผสมผสาน เชื่อมโยงกับทุกมิติในชุมชน ทั้ง วิถีชีวิต เศรษฐกิจ และสังคม เพื่อพัฒนาให้เกิดเศรษฐกิจสุขภาพ ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดระนอง และของชาติ
วันที่ 20 มกราคม 2566 นายแพทย์นรเทพ อัศวพัชระ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนอง ได้เปิดโครงการอบรมหลักสูตรพัฒนาทักษะและเสริมพลังผู้นำด้านปฐมภูมิ สสจ.ระนอง ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 18-20 มกราคม 2566 โดยการพัฒนาผู้นำด้านปฐมภูมิของจังหวัด ให้แก่ ผู้อำนวยการ รพ.สต.และ สอ.เฉลิมพระเกียรติฯ รวมทั้งสิ้น 46 แห่ง พร้อมบรรยายเรื่อง ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนงานด้านสาธารณสุขกระทรวงสาธารณสุข ปี 2566 ,การพัฒนาระบบบริการด้านปฐมภูมิ โดยเฉพาะโครงการ 3 หมอ , การพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินและสาธารณสุขทางทะเล , งานคัดกรอง บำบัดรักษา ผู้มีปัญหาสุขภาพจิตและยาเสพติด และอื่นๆ และ นพ.อรุณ สัตยาพิศาล ผอ.รพ.ระนอง ประธาน CFO เขตสุขภาพที่ 11 บรรยายเรื่อง การบริหารการเงินการคลังระดับจังหวัดและ รพ.สต.
โดย นายแพทย์นรเทพ กล่าวต่อว่า การนำ 46 ผอ.รพ.สต ในจังหวัดระนอง มาเรียนรู้ พัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ปฐมภูมิในจังหวัดระนอง ให้เข้มแข็ง โดยมุ่งเน้นการปรับกระบวนทัศน์ในการบริหารงาน รู้จักฐานของชุมชน (Community-based) ในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic care) การดูแลที่ต่อเนื่องและผสมผสาน (Integrated and Continuity of Care โดยเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม และแหล่งเรียนรู้ในชุมชน ทั้งพื้นที่ในหุบเขา และตามหมู่เกาะ ต่างๆ เช่น ศูนย์เซรามิกบ้านหาดส้มแป้น , เรือนจำชั่วคราวบางริ้น ,และศูนย์มรดกดีบุกสยาม มีการลงพื้นที่ ติดตามการดำเนินการงานปฐมภูมิของพื้นที่เกาะ , งานทางการแพทย์ฉุกเฉินและสาธารณสุขทางทะเล และการดำเนินงานบำบัดรักษาผู้ป่วยยาเสพติดตามโครงการชุมชนยั่งยืน รพ.สต เกาะสินไห ,รพ.สต.เกาะหาดทรายดำ ,รพ.สต.เกาะช้าง และ รพ.สต.เกาะพยาม เพื่อพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขด้านปฐมภูมิในจังหวัดระนอง พร้อมต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และเศรษฐกิจสุขภาพตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดระนอง และของชาติ
ซึ่งระบบการดูแลสุขภาพปฐมภูมิหรือ primary care เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบบริการสุขภาพเพื่อสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่ต้องเดินควบคู่ ในทุกมิติไปกับชุมชน ทั้งเรื่องผลักดันเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นการทำงานเชิงรุก เน้นการดูแลแบบองค์รวม คือ ใส่ใจกับชีวิตและความสุขความทุกข์ของคน มากกว่าการดูแลแบบแยกปัญหาสุขภาพออกจากชีวิตของคน หรือมองปัญหาเฉพาะที่อวัยวะเป็นส่วนๆ โดยป้องกันและแก้ไขปัญหาตั้งแต่แรกเริ่มมากกว่ารอให้เกิดโรค ความเจ็บป่วยหรือความทุกข์ลุกลามแล้วค่อยหาทางแก้ไข ทำงานเชื่อมโยงหลายมิติทั้งด้านกาย/ใจ/สังคม/จิตวิญญาณ เพื่อให้ทุกมิติเกื้อกูลส่งเสริมกันจนเกิดสุขภาวะได้อย่างมีดุลยภาพ สามารถเชื่อมโยงกับบริการทางการแพทย์หลายระดับ
ทั้งนี้จะช่วยเอื้ออำนวยและประสานให้ผู้ป่วยใช้บริการทางการแพทย์ระดับอื่นๆ ได้อย่างสะดวกราบรื่น มีระบบการแพทย์ที่หลากหลายในชุมชน ทั้งการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน เป็นทางเลือก เน้นการเสริมสร้างระบบสุขภาพชุมชนให้เข้มแข็งและพึ่งตนเองได้ โดยพัฒนาระบบปฐมภูมิคู่กับนโยบาย 3 หมอ มี อสม.ซึ่งใกล้ชิดกับประชาชนเป็นหมอคนที่ 1 ดูแลประชาชน 10-15 ครัวเรือน หมออนามัยที่ รพ.สต.เป็นหมอคนที่ 2 ซึ่งจะรับปรึกษาจากหมอคนที่ 1 และประสานการรักษากับแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ซึ่งเป็นหมอคนที่3 ที่โรงพยาบาลชุมชนหรือโรงพยาบาลจังหวัด
พร้อมกันนี้การดูแลสุขภาพปฐมภูมินั้นเป็นความสำคัญของระบบสุขภาพ เพราะต้องผสมผสานทั้งศาสตร์ทางการแพทย์เข้ากับความรู้ทางสังคมและศิลปะการเข้าใจมนุษย์ เป็นงานที่ต้องใส่ใจสุขภาพในหลายมิติ ทั้งทางกาย ใจ สังคม และมิติทางจิตวิญาณของชุมชน การดูแลสุขภาพปฐมภูมิ จึงนับว่ามีศักยภาพและเอกลักษณ์ที่เป็นจุดแข็งของตนเอง เพราะแม้จะไม่มีเทคโนโลยีทางการแพทย์ชั้นสูงเทียบเท่ากับโรงพยาบาลใหญ่ๆ และไม่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง แต่สิ่งที่การดูแลสุขภาพปฐมภูมิมีมากกว่าการบริการระดับอื่น คือบริการ ใกล้ชิด เข้าใจ และเข้าถึงชุมชน สามารถแก้ไขปัญหาการเจ็บป่วยที่ซับซ้อนทั้งทางกาย ใจ สังคม ได้เป็นอย่างดี