ชาวนาชัยภูมิ จองคิวจ้างรถเกี่ยวข้าว เร่งเก็บเกี่ยวก่อนฝนหลงฤดูพัดหลุดร่วง
วันที่ 14 พ.ย.66 ที่บ้านโนนคร้อ หมู่ที่ 11 ตำบลบ้านขาม อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ นายน้อย จำรูญจิต เกษตรกรผู้ปลูกข้าว พร้อมด้วยเพื่อนบ้านเกษตรกรชาวนาในหมู่บ้านเดียวกัน ได้ว่าจ้างรถเกี่ยวข้าว จากเจ้าของรถเกี่ยว ที่เดินทางมาจากจังหวัดภาคกลาง ลงทำการเกี่ยวข่าวในแปลงนา เนื้อที่กว่า 25 ไร่ ซึ่งข้าวที่ลงทุนปักดำไว้กำลังแก่จัด และพร้อมเก็บเกี่ยวผลผลิต
นายน้อย กล่าวว่า ในปีนี้ต้องรอคิวรอเกี่ยวข้าว ซึ่งจะมีนายหน้าติดต่อ มาจากทางภาคกลางเดินทางมารับจ้างเกี่ยวข้าวให้ ในช่วงนี้หลายจังหวัดของภาคอีสาน เกษตรกรเกี่ยวข้าวพร้อมๆ กันเป็นจำนวนมาก ทำให้รถเกี่ยวข้าวขาดแคลน เกษตรกรบางรายต้องรอคิวนาน สำหรับราคาค่าจ้างค่าเกี่ยวข้าว ปีนี้สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยเมื่อปี 2565 ราคาเกี่ยวข้าวอยู่ที่ไร่ละ 600 บาท ค่ารถอีแต๋นขนบรรทุกข้าว ไปตากที่ลานตากคิดเป็นเที่ยวละๆ 250-300 บาท หรือมากกว่านี้แล้วแต่ระยะทาง แต่เมื่อปีนี้ ราคารถเกี่ยวข้าวปรับขึ้นเป็น 650-700 บาทต่อไร่ ซึ่งเกษตรกรก็ยอม เนื่องจากเกรงว่า จะมีลมพัดแรงทำให้ข้าวหลุดร่วง ต้นข้าวล้มลงแช่กับน้ำที่เหลืออยู่ในแปลงนา รวมทั้งเกรงว่าจะมีฝนหลงฤดูพัดผ่านเข้ามา ตลอดจนหาลานตากข้าวลดความชื้นยาก เนื่องจากมีเกษตรกรเกี่ยวข้าวพร้อมๆ กันหลายราย เมื่อเกี่ยวข้าวในแปลงนาแล้วเสร็จ ก่อนจะนำข้าวที่เก็บเกี่ยว มาตากแดนที่ลานตากหน้าวัดโนนคร้อเหนือ ลานตากวัดคลองหว้า สนามโรงเรียน ลานเอนกประสงค์ประจำหมู่บ้าน โดยจะตากทิ้งไว้ประมาณ 2-5 วัน ก่อนจะนำบรรจุกระสอบนำขึ้นไปเก็บไว้ในยุ้งฉางของแต่ละคน เพื่อไว้บริโภค หรือเก็บไว้เป็นเมล็ดพันธุ์ไว้เพาะปลูกในฤดูกาลเพาะปลูกปีหน้า และขายให้กับนายทุนที่รับซื้อในพื้นที่ นำเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว ค่าปัจจัยการผลิตทั้งค่าปุ๋ย ค่าไถก่อนปักดำนา ค่าเกี่ยวข้าว ค่าจ้างกรอก และค่าจ้างเหมาแบกกระสอบข้าวขึ้นไปเก็บ
แต่อุปสรรคสำคัญของการตากข้าวในขณะนี้ คือฝนที่ตกลงมา ชาวนาต้องหาผ้าใบมาปิดทับป้องกันข้าวเปลือกเปียกชื้น หากข้าวเปียกชื้น ข้าวจะเป็นเชื้อราทำให้ขายไม่ได้ราคา รวมทั้งเก็บไว้ได้ไม่นาน ข้าวก็จะเน่าเสียหาย ขณะเดียวกัน ชาวนาหลายครอบครัว ยังคงเฝ้าติดตามข่าวสาร ถึงการที่รัฐบาล จะพิจารณาช่วยเหลือค่าเกี่ยวข้าว เพื่อช่วยเกษตรกรลดรายจ่ายลงอีกช่องทางหนึ่งด้วย