ท่องเที่ยวพัทยายังไม่โตตามคาดเหตุฝุ่น PM 2.5 ในไทยยังเป็นปัจจัยสำคัญ

ข่าวทั่วไทย31 ม.ค. 2568 • 10:18 น.โดย ชัยยศ ผู้พัฒนพงษ์ 
ท่องเที่ยวพัทยายังไม่โตตามคาดเหตุฝุ่น PM 2.5 ในไทยยังเป็นปัจจัยสำคัญ

วันที่ 31 ม.ค.68 นายธเนศ ศุภรหัสรังสี นายกสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี เปิดเผยถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวของเมืองพัทยาในช่วงไฮชีชั่นนี้ว่า สำหรับฤดูกาลท่องเที่ยวนี้นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ไปจนถึงเมษายน 2568 ถือเป็น winter sinvช่วงฤดูหนาว ซึ่งจะมีตลาดการท่องเที่ยวที่บินจากระยะไกล หรือเรียกตลาดรองฮอลล์ ไม่ว่าจะเป็นตลาดยุโรปหรือตลาดรัสเซีย ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเยอะมากกว่าปกติ ด้วยเพราะประเทศเหล่านี้จะมีฤดูหนาวที่ยาวนานและหนาวจัด ดังนั้นในส่วนของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จึงมักพักผ่อนในระยะยาวประมาณ 10-12 วัน หรือบางกลุ่ม บางคนที่อาจพักอยู่นานเป็นเดือน ทำให้นักท่องเที่ยวในกลุ่มนี้จะมาช่วยเติมตัวเลขของนักท่องเที่ยวให้มีสัดส่วนมากขึ้น

ซึ่งตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาได้มีการสำรวจกับสมาชิกของสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี โดยพบว่าโรงแรมที่มีส่วนผสมของตลาดที่ดีคือมีตลาดกลุ่มรัสเซียหรือยุโรปด้วยนั้น รวมทั้งมีตลาดเอเชียรวมอยู่เดิมด้วยแล้ว ขณะที่จะมีนักท่องเที่ยวภายในประเทศเดินทางยมาในช่วงวันหยุด จึงทำให้ทุกโรงแรมก็มีอัตราการเข้าพักดีขึ้นถึง 90 % เป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะโรงแรมที่มีโลเคชั่นที่ดี สถานที่ดี หรือใกล้แหล่งท่องเที่ยว ใกล้ที่ซื้อของใกล้ที่กินก็จะมีสัดส่วนการเข้าพักที่ดีอย่างแน่นอน

ทั้งนี้เนื่องจากปีที่ผ่านมาพบว่าการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาฟื้นกลับมาได้ประมาณ 80 % เมื่อเปรียบเทียบกับตัวเลขก่อนสถานการณ์โควิด-19 ส่วนปีนี้และปีหน้าคาดว่าทุกอย่างจะกลับมาสู่ภาวะปกติ ขณะที่บางโรงแรมอาจจะตัวเลขดีกว่าช่วงโควิด-19 ก็เป็นได้ เพราะว่านักท่องเที่ยวเองมีความเชื่อมั่นถึงมาตรฐานและความปลอดภัย ส่งผลให้ตัวเลขที่สำรวจน่าจะดีกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอนประมาณ 30 % ไม่ว่าจะเป็นอัตราการเข้าพักหรืออัตราค่าห้องพัก อย่างไรก็ดีอย่างที่ทุกคนทราบกันว่าเมื่อ 2 เดือนก่อน ก็มีปรากฎการณ์ที่มีดาราจีนที่ชื่อ "ชิง ชิง" โดนหลอกลักพาตัวไปประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเรื่องนี้ก็ส่งผลต่อตลาดการท่องเที่ยวจีนในประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพราะหลังเกิดเรื่องขึ้นพบว่าตลาดกรุ๊ปจีนหายไป

ขณะที่ช่วงตรุษจีนปีนี้นักท่องเทียวจีนก็มีแนวโน้มลดลง สาเหตุหลักคงมาจากความไม่มั่นใจ เนื่องจากมีโบรกเกอร์ทีโอเอลของประเทศจีน ไปโพสต์ในสื่อโซเชียลมีเดียของประเทศจีน ทั้งที่เป็นเรื่องจริงบ้างไม่จริงบ้าง แต่กลับส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น เรื่องนี้ทางสมาคมได้สำรวจจากเอเยนต์จีนพบว่ามีเครื่องบินเหมาลำแบบชาร์เตอร์ไฟล์ทบางส่วนทำการยกเลิกเที่ยวบิน ส่วนโรงแรมไหนที่รับเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนเป็นหลักก็จะมีผลกระทบโดยตรงที่สัดส่วนนักท่องเที่ยวจะหายไปประมาณ 20-30 % ดังนั้นกลุ่มนักท่องเที่ยวส่วนจีนปีนี้ต้องบอกว่าคงยังไม่กลับมาเหมือนเดิม โดยช่วงก่อนโควิด-19 จะมีสัดส่วนน 70 % เป็นกรุ๊ป 20-30 % เป็นกลุ่ม FIT จองเองอีกส่วนหนึ่ง แต่พอหลังจากสถาการณ์โดวิด-19 พฤติกรรมก็เปลี่ยนไปทำให้ตัวเลขกลับหัวกลับหางกันคือ 70 % เป็น กลุ่ม FIT ส่วนกรุ๊ปทัวร์จะเหลือแค่ 30 % เท่านั้น

ที่สำคัญหลังจากมีการลงข่าวออนไลน์ช่วงที่มีข่าวลักพาตัว "ชิง ชิง" เกิดขึ้นพบว่าช่วง 3-4 วันก็มีผลกระทบอย่างมากด้วยมีการยกเลิกการเดินทางไป 40 % ขณะที่จากการสำรวจเวปการจองโรงแรมอย่าง AGODA ที่เป็นโอทีเอออนไลน์พาวเวอร์เอเจนต์ที่มีตลาดจีนเยอะ พบว่าแต่ก่อนพฤติกรรมคนเมื่อก่อนจองออฟไลน์ก็ต้องจองล่วงหน้า แต่ทุกวันนี้เปลี่ยนทุกอย่างเป็นการจองผ่านมือถือหรือจองออนไลน์ได้เกือบทั้งหมด นักท่องเที่ยวจึงมีพฤติกรรมในการจับจองที่พักช้าลง ดวยเพราะไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้าเหมือนในอดีต เพราะจำนวนห้องพักมีมากจึงทำให้มีโอกาสในการต่อรองราคาและการเลือกสถานที่ตามที่ต้องการได้ ดังนั้นในปีนี้สถานการณ์คาดว่าน่าจะดีไปถึงเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนในเดือนมีนาคมซึ่งเข้าไตรมาสที่ 2 ตัวเลขนักท่องเที่ยวจะช้าลงไม่เหมือนปีก่อนๆ  เรื่องนี้่ต้องไปดูสถานการณ์อีกทีหนึ่ง สุดท้ายต้องไปดูว่ารัฐบาลไทยจะเข้ามาแก้ไขปัญหาในเรื่องความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย

โดยเฉพาะในปัญหาเรื่องการลักพาตัว แม้ว่าเหตุจะเกิดขึ้นที่ประเทศเพื่อนบ้านแต่ประเทศไทยก็ถือเป็นจุดที่มีการเข้ามาและก่อเหตุไปยังประเทศที่ 3 ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือปัญหาเรื่องของฝุ่น pm 2.5 เพราะคนที่มีการศึกษาเริ่มมาเที่ยวต้องการหนีหนาวมาประเทศที่ร้อนเพื่อมาพักผ่อน แต่เมื่อมีสภาวะอากาศเป็นพิษจึงเป็นอีกปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบในเรื่องการตัดสินใจเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ สำหรับช่วงเวลานี้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามายังเมืองพัทยาก็ยังคงเป็นกลุ่มรัสเซีย ที่ปีที่ผ่านมามียอดนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นล้านคน นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวจากยุโรป เช่น เยอรมัน อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ สวีเดน เดนมาร์ก ส่วนตลาดอื่นก็ตามโลเคชั่นพัทยาเหนือก็จะมี จีน เกาหลี พัทยาใต้ก็จะเป็น อินเดีย พัทยากลางก็จะหลากหลายสัญชาติ เป็นต้น