รถไฟญี่ปุ่น KIHA 183 กรุงเทพ-แปดริ้ว ทริป อิ่มบุญ อิ่มอร่อย ช้อปคุ้ม โดยมูลนิธิแปดริ้ว

ข่าวทั่วไทย14 ม.ค. 2566 • 19:02 น.โดย ชวลิต ด้ววเงิน
รถไฟญี่ปุ่น KIHA 183 กรุงเทพ-แปดริ้ว ทริป อิ่มบุญ อิ่มอร่อย ช้อปคุ้ม โดยมูลนิธิแปดริ้ว

วันที่ 14 ม.ค.66  ปชส.ฉะเชิงเทราเปิดเผิยว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้จัดทริป อิ่มบุญ อิ่มอร่อย ช้อปคุ้ม  จากสถานีรถไฟกรุงเทพ มาเมืองแปดริ้วด้วยรถไฟขบวนพิเศษที่ใด้รับมอบมาจากรัฐบาลญี่ปุ่น หลังจากรับมอบมาแล้วใด้ทำการปรับปรุงใหม่จนกระทั่งสามารถนำมาให้บริการได้และเส้นทางที่ การรถไฟแห่งประเทศไทยเลือกให้บริการคือ สถานีกรุงเทพ สถานีชุมทางฉะเชิงเทรา โดย รฟท. เปิดขายตั๋ว แบบแพคเกจ ท่านละ 1,999 บาท รับเพียง 200 ท่าน เป็นการประสานงานที่ยอดเยี่ยมของมูลนิธิฉะเชิงเทราเพื่อการพัฒนา โดย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ประธานมูลนิธิฯ และทริปนี้ นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผวจ.ฉะเชิงเทรา ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวทริปนี้ ด้วยความยินดี

ผวจ.ฉะเชิงเทรา ได้ขึ้นไปบนรถไฟขบวนนี้ สำรวจดูห้องต่าง ๆ เนื่องจากรถไฟ KIHA  ผ่านการใช้งานที่ ฮอกไกโด มานานกว่า 30 ปี แต่ดูสภาพแล้วยังค่อนข้างใหม่ เบาะที่นั่งใหญ่ ชั้นสำหรับวางสิ่งของ ห้องน้ำสะอาด สะอ้าน หน้าต่างกว้างสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกได้

ทั้งนี้ นายนิรุฒ   มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศ ไทยได้ร่วมเดินทางมาด้วย ซึ่งคณะของ รฟท. ได้หารือ ร่วมกับ มูลนิธิฉะเชิงเทราเพื่อการพัฒนา และ คณะจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ปรึกษากันถึงแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางรถไฟ เพื่อนำนักท่องเที่ยว มาเติมเต็มให้ชาวแปดริ้วโดยเน้นการ บูรณาการทุกภาคส่วน เป้าหมายคือการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของเมืองแปดริ้ว  ขณะนั่งบนรถไฟ มีการแจก เบนโตะ หรือข้าวกล่องสไตล์ญี่ปุ่น แต่ข้างในเป็นอาหารไทย ซึ่งวัตถุดิบสั่งตรงมาจากแปดริ้ว ได้อารมณ์เหมือนอยู่ญี่ปุ่น ออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ เวลา 08.30 น. นั่งกินอาหาร ดื่มเครื่องดื่ม ชมวิวทิวทัศน์ 2 ข้างทางด้วยความเพลิดเพลิน ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.ก็ถึงสถานีรถไฟชุมทางฉะเชิงเทรา เมื่อถึงแปดริ้ว คณะนักท่องเที่ยวขึ้นรถบัสที่มารอรับหน้าสถานีฉะเชิงเทราเพื่อเดินทางไปกราบไหว้ขอพรองค์หลวงพ่อพุทธโสธรวัดโสธรวรารามวรวิหาร  เพื่อความเป็นศิริมงคล  จากนั้นก็อลงเรือจากวัดหลวงพ่อโสธร มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งในอดีต เป็นตำหนักของพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นมรุพงษ์ศิริพัฒน์ใน รัชกาลที่ 5  ซึ่งขณะนั้น ประเทศไทยมีการปกครองแบบสมุหเทศาภิบาล   พิพิธภัณฑ์เมืองฉะเชิงเทรา ในอดีตยังเคยเป็นที่ประทับแรมของ ล้นเกล้า ร. 5 และ ร.9 อีกด้วย ภายในพิพิธภัณฑ์ฯ มีเรื่องราว สิ่งของเครื่องใช้ และความเป็นมาของจังหวัดฉะเชิงเทรา 

หลังจากได้รับความรู้ทางประวัติศาสตร์ของเมืองแปดริ้วแล้ว นักท่องเที่ยว ยังได้เพลิดเพลินกับ การออกบูธสินค้าโอทอป ที่ขึ้นชื่อ ผ้าพื้นเมือง ขนม ต่างๆและที่พลาดไม่ได้เลย คือมะม่วงทั้งน้ำดอกไม้ และขายตึก จาก อ.คลองเขื่อนอีกด้วย ช่วงบ่าย ไปวัดจีนประชาสโมสร เป็นวัดที่สร้างในสมัย ร.5 โดยชาวไทยเชื้อสายจีน และได้รับพระราชทานชื่อจาก ร.5 ชื่อวัดจีนประชาสโมศร

นายขจรเกียรติ รักพานิชนมณี ผู้ว่าแปดริ้ว ยังกล่าวเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านที่เดินทางมาเที่ยวเมืองแปดริ้วด้วยความยินดีและยินดีต้อนรับทุกท่านในฐานะเจ้าของบ้าน