ชาวบ้านพากันร้องเรียนนายอำเภอเมืองตราด หลังถูกนายกอบต.หนองโสนหลอกยืมเงินแล้วหนี
ชาวบ้านนับสิบคน พากันร้องเรียนนายอำเภอเมืองตราด หลังถูกนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสนหลอกยืมเงินหลายล้านบาทแล้วดำดินหนี ติดต่อไม่ได้
วันที่ 17 มีนาคม 2565 เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ชาวบ้านตำบลหนองโสนนับสิบคนพากันเดินทางมาร้องเรียนนายภิรมย์ ชุมนุม นายอำเภอเมืองตราด หลังถูกนายยุทธนัย สุทธิวารี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสนหลอกยืมเงิน2.6 ล้านบาทแล้วหลบหน้าติดต่อไม่ได้
โดยวีรยุ อิงคเพียรกุล บ้านอยู่เลขที่ 11 หมู่ที่ 6 ตำบลหนองโสน อำเภอเมืองตราด ชาวบ้านตำบลหนองโสน และตำบลหนองเสม็ด นับสิบคนกล่าวหานายยุทธนัย สุทธิวารี อยู่บ้านเลขที่ 199 หมู่ที่ 4 ตำบลหนองโสน อำเภอเมืองตราด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสนว่า ได้อาศัยความน่าเชื่อถือในตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน จะขอยืมเงินแค่เพียง 1 สัปดาห์ เพื่อนำไปจ่ายค่าศาลที่กรุงเทพ และจ่ายแบ็งค์ชาติ เพื่อจะนำทรัพย์มรดกที่ถูกกอายัดไว้กว่า 1 พันล้านบาท เป็นที่ดินแถวเยาวราช และทรัพย์สินอื่น ๆ ออกมาแล้วจะชำระคืน โดยให้ค่าเสียเวลามากกว่า 1 เท่าตัวที่ยืมเป็นค่าตอบแทน
ทำให้ผู้กล่าวหากับพวกหลงเชื่อ ส่งมอบเงินจำนวน 2.6 ล้าน(สองล้านหกแสนบาท)ให้นายกอบต.หนองโสนไป แต่เมื่อได้รับงินแล้ว จะนำมาคืนให้ แต่สุดท้ายกลับไม่สามารถติดต่อได้อีกเชื่อว่าถูกหลอกลวง จึงได้พยายามติดต่อ แต่กลับติดต่อไม่ได้ และยังมีการส่งใครไม่รู้มาข่มขู่อีกจึงเดินทางมาพบกับนายอำเภอเมืองตราดเพื่อขอความช่วยเหลือ
ทางด้านนายภิรมย์ ชุมนุม นายอำเภอเมืองตราด ได้รับเรื่อง และแนะนำให้เตรียมเอกสารและทนายให้พร้อมหากต้องขึ้นศาล เพราะเท่าที่ทราบทุกคนมีหลักฐานเป็นสัญญากู้ยืมเงินและเช็ค พร้อมกับข้อความยืมเงินทางไลน์ ผู้เดือดร้อนที่บางรายต้องกู้เงินไปให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน บอกด้วยว่ายังมีผู้เสียหายอีกมากที่ยังไม่ได้เดินทางมาด้วย รอจนกว่าจะครบ 15 วันจึงจะเดินทางมาสมทบ ยอดเงินที่ถูกยืมไปทั้งหมดกว่า 20 ล้านบาท และยังถูกบุคคลลึกลับข่มขู่ถึงบ้านว่า ไม่ต้องไปแจ้งความเพราะตำรวจบ้านนอกทำอะไรไม่ได้ แถมขู่ว่ามีปืนในรถยนต์อีกต่างหาก
นายภิรมย์ กล่าวว่า หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนพร้อมหลักฐานจากชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบแล้ว เห็นว่าพยานหลักฐานครบถ้วน. และยอดเงินมีเพียง 2.6 ล้าน ซึ่งสามารถที่จะดำเนินการฟ้องร้องได้ทั้งคดีแพ่งและอาญา. ซึ่งมั่นใจว่า นายก อบต.หนองโสนจะไม่กล้าบิดพลิ้ว และยอมแลกกับตำแหน่ง นายกอบต. ทั้งนี้ จะได้เรียก นายก อบต.หนองโสน มาเจรจาเพื่อให้นำเงินจำนวนดังกล่าวมาคืนให้กับชาวบ้านทั้งหมด ซึ่งอาจจะไม่ได้ทั้งหมดทีเดียว. แต่อย่างน้อยไม่ควรต่ำกว่า 2 ล้าน เพื่อแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านก่อน ส่วนที่เหลือก็ทำสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงกันไว้และกำหนดระยะเวลามามอบคืนภายหลังก็ได้ ทั้งนี้ ได้หารือกับหัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.เมืองตราด ที่เป็น เจ้าของคดีแล้วระดับหนึ่ง
ก่อนหน้านี้ เมื่อบ่ายวันที่ 14 มีนาคม 2565 ชาวบ้านได้เดินทางไปที่ สภ.เมืองตราด และเข้าแจ้งความพร้อมลงบันทึกประจำไว้กับ พ.ต.ท.จักรพันธ์ เหมือนแก้ว พนักงานสอบสวน เพื่อเป็นหลักฐานในการเอาผิดกับ นายกอบต.หนองโสน หากไม่ดำเนินการนำเงินที่กู้ยืมไปคืนให้กับประชาชนที่ทางนายก อบต.หนองโสนได้หยิบยืมไป