ตำรวจเร่งสืบสวนหาสาเหตุการตายของหญิง 15 ปีพบกลายเป็นศพอยู่ในร่องกลางถนน

ข่าวทั่วไทย27 ก.พ. 2564 • 21:47 น.
ตำรวจเร่งสืบสวนหาสาเหตุการตายของหญิง 15 ปีพบกลายเป็นศพอยู่ในร่องกลางถนน
วันที่ 27ก.พ. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ร.ต.อ.จรูญ โสภิกุล รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางกล่ำ จ.สงขลา รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิตในร่องกลางถนนสายเอเชีย เส้นทางสายหาดใหญ่-รัตภูมิ หมู่ 5 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ก่อนถึงปากทางเข้านิคมอุตสาหกรรมภาคใต้หรือนิคมอุตสาหกรรมฉลุง หลังจากลงพื้นที่ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.พงศ์สิษฐ์ ทองด้วง ผกก.ฯ ,พ.ต.ท.สนิท สุดทองคง รอง ผกก.(สอบสวน) พ.ต.อ.ธนวัต เส้งสุย ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธร จ.สงขลา และทีมเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 และทีมสืบสวนของ สภ.บางกล่ำและชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.สงขลาและชุดสืบสวนภาค 9 ที่เกิดเหตุพบร่างหญิงสาววัยรุ่นนอนเสียชีวิตอยู่ในร่องกลางถนนสวมกางเกงขายาวสีขาวและเสื้อยืดแขนยาวสีม่วง ในสภาพที่ถูกรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีขาว-ดำ หมายเลขทะเบียน 1 กย 4231 สงขลา ทับที่ศรีษะและลำตัวท่อนบน มีคราบเลือดที่บริเวณใบหน้า เสียชีวิตมาประมาณ 5 ชั่วโมง จากการชันสูตรพลิกศพในเบื้องต้นพบบริเวณใบหน้าด้านขวามีรอยช้ำและผิดรูปแต่ไม่พบบาดแผลตามร่างกาย ที่เป็นสาเหตุของการตาย จึงยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นอุบัติเหตุหรือถูกฆาตรกรรมอำพราง จึงได้ส่งศพไปให้แพทย์นิติเวชน์โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ทำการผ่าชันสูตร หาสาเหตุการตายอย่างละเอียดอีกครั้ง ในขณะที่สภาพรถจักรยานยนต์ไม่มีร่องรอยการเฉี่ยวชนและเกียร์รถยังค้างอยู่ที่เกียร์ 4 แต่รูกุญแจถูกปิดและกุญแจรถหายไป นอกจากนี้ยังพบรองเท้าแตะสีชมพูแบบผู้หญิง และรองเท้าแตะแบบผู้ชาย ตกอยู่ใกล้ศพ และโทรศัพท์ ยี่ห้อซัมซุงสีขาวของผู้ตายตกอยู่ในที่เกิดเหตุ รวมทั้งมีร่องรอยของรถจักรยานยนต์ที่พุ่งลงมาจากถนนจนมาล้มลงจุดเกิดเหตุเป็นทางยาวราว 10 เมตร หลังเกิดเหตุตำรวจได้สืบสวนจนทราบชื่อผู้ตายคือ น.ส.อริสา จันทรตุลา อายุ 15 ปี หรือน้องนิหน่า นักเรียนชั้น ม.3โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่บ้านป่ายาง หมู่ 9 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ซึ่งมีบ้านพักอยู่ห่างจากจุดที่พบศพราว 7 กิโลเมตร ตำรวจจึงได้เรียกญาติและแฟนหนุ่มชื่อมิน อายุ 16 ปี ซึ่งเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับน้องนิหนามาทำการสอบสวนเพื่อหาเบาะแสต่างๆ เบื้องต้นทราบว่ากระเป๋าสะพายผู้ตายได้หายไป ทำให้ตำรวจสงสัยว่าการเสียชีวิตของน้องนิหน่า เป็นไปได้ว่าอาจจะมีเรื่องการชิงทรัพย์มาเกี่ยวข้องด้วยและอาจถูกฆาตรกรรมอำพราง นอกเหนือจากอุบัติเหตุขับรถจักรยานยนต์ล้มเอง จากการสอบถามญาติที่ใกล้ชิดกับน้องนิหน่า บอกว่า น้องนิหน่า ได้ขออนุญาตแม่ออกไปหาแฟนหนุ่มตั้งแต่เมื่อเวลา 11 โมงของเมื่อวานนี้ (26ก.พ.)และไม่ได้หนีเที่ยวตามที่เพจข่าวบางแห่งนำเสนอ ซึ่งแม่ก็อนุญาตเพราะปกติในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ก็จะไปหาสู่แฟนหนุ่มที่บ้านในพื้นที่บ้านโคกเมา ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ เป็นประจำ และพบความผิดปกติเพราะน้องนิหน่าได้หายไปทั้งคืนไม่กลับบ้าน จึงโทรหาแฟนหนุ่มซึ่งแฟนหนุ่มก็ยืนยันว่าได้ขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านตั้งแต่เที่ยงคืนกระทั่งรุ่งเช้ารู้ข่าวว่าเสียชีวิตอยู่ในร่องกลางถนนสายเอเชีย ส่วนสาเหตุญาติยังรอผลการสืบสวนของตำรวจว่าเป็นอุบัติเหตุหรือถูกฆาตรกรรมกันแน่ ด้านนายมิน อายุ 16 ปี แฟนหนุ่ม บอกว่า แฟนสาวได้มาหาตนที่บ้านตอนเที่ยงของเมื่อวานนี้และได้พากันไปเที่ยวที่ห้างสรรพสินค้าในเมืองหาดใหญ่กินก๋วยเตี๋ยวด้วยกัน และกลับมาบ้านและอยู่ด้วยกันตลอด และตอนกลางคืนแฟนสาวยังชวนตนออกไปเที่ยวในเมืองหาดใหญ่แต่ตนไม่ไปและหลับไป เมื่อตื่นขึ้นมาตอนเที่ยงคืนพบว่าแฟนสาวได้แอบขับรถจักรยานยนต์กลับบ้านไปแล้ว จึงได้แช็ตหาก็ไม่ตอบและโทรไปหาพี่สาวก็บอกว่ายังไม่กลับบ้าน พยายามโทรหาก็โทรไม่ติดสุดท้ายก็มาทราบว่าเสียชีวิตแล้วในตอนเช้า ด้าน พ.ต.อ.ธนวัต เส้งสุย ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธร จ.สงขลา เปิดเผยว่าจากการสอบสวนพยานแวดล้อมและแฟนหนุ่มไม่พบความผิดปกติอะไร ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตตำรวจได้ตั้งไว้ 2 ประเด็นคืออุบัติเหตุจากการขับรถจักรยานยนต์ล้มเอง รวมทั้งประเด็นการถูกชิงทรัพย์ซึ่งก็เป็นไปได้เช่นกันเพราะจากข้อมูลพบว่ากระเป๋าสะพายที่พกติดตัวตลอดได้หายไป ซึ่งเป็นไปได้ว่าตอนเกิดเหตุอาจจะถูกคนร้ายขับรถจักรยานยนต์ตามมาชิงทรัพย์ และกระชากกระเป๋าทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักตกลงไปในร่องกลางถนน และคนร้ายได้ลงมาชิงกระเป๋าไป ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตนั้นต้องรอผลตรวจพิสูจน์จากแพทย์ว่าถูกทำร้ายหรือไม่ ซึ่งตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางกล่ำและชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.สงขลา กำลังอยู่ระหว่างการตรวจภาพจากกล้องวงจรปิดในเส้นทางเกิดเหตุเพื่อหารถจักรยานยนต์ต้องสงสัยที่อาจจะขับตามผู้ตายมาเพื่อนำมาเชื่อมโยงกับประเด็นการถูกชิงทรัพย์ ในขณะที่หลังเกิดเหตุทางตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 ได้ลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุอีกครั้งเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมรวมทั้งเส้นทางที่เชื่อมโยงกับกับจุดเกิดเหตุพบว่ามีเส้นทางสวนยางที่สามารถทะลุออกไปได้หลายเส้นทาง แต่จากการสอบถามลูกจ้างกรีดยางที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุก็ไม่พบว่ามีเสียงรถจักรยานยนต์ขับเข้ามาในช่วงเกิดเหตุมีเพียงรถจักรยานยนต์ของชาวสวนยางที่ขับมากรีดยางในช่วงใกล้รุ่งเท่านั้น